กรุงเทพฯ — วันที่ 21 สิงหาคม 2569
พลเอกกิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ อดีต ผู้ช่วยหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาแสดงจุดยืนถึงกรณีการตรวจสอบการแก้ไขสัญญาสัมปทานพื้นที่เชิงพาณิชย์และร้านค้าปลอดภาษี หรือ ดิวตี้ฟรีในท่าอากาศยาน โดยระบุว่า ประเด็นดังกล่าวมีมูลค่าผลประโยชน์ของประเทศสูงถึง ประมาณ 180,000 ล้านบาท และเป็นเรื่องที่ประชาชนไม่ควรมองข้าม
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 10.30 น. พลเรือเอกพะจุณณ์ ตามประทีป อดีตหัวหน้าสนง.ประธานองคมนตรี ออกโรงเองนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ พร้อมด้วย นายนิติธร ล้ำเหลือ ได้เข้ายื่นเรื่องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบกรณีการแก้ไขสัญญาสัมปทานดิวตี้ฟรีและพื้นที่เชิงพาณิชย์ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.
ประเด็นสำคัญอยู่ที่ข้อมูลการศึกษาของ ป.ป.ช. ซึ่งระบุว่า การแก้ไขสัญญาอาจทำให้ผลประโยชน์ตอบแทนที่ ทอท.ได้รับลดลงประมาณ 18,021 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นความเสี่ยงด้านรายได้ประมาณ 180,000 ล้านบาทตลอดอายุสัญญา 10 ปี
พลเอกกิตติศักดิ์ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวไม่ควรถูกมองเป็นเพียงตัวเลขทางบัญชี เพราะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของรัฐและทรัพย์สินสาธารณะ ซึ่งควรนำไปใช้พัฒนาประเทศ ทั้งด้านสวัสดิการ สาธารณสุข การศึกษา และคุณภาพชีวิตของประชาชน
พร้อมสนับสนุนการเคลื่อนไหวของ พลเรือเอกพะจุณณ์ นายชาญชัย และนายนิติธร ในการนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ โดยย้ำว่า เรื่องจะถูกหรือผิดต้องพิสูจน์กันด้วยพยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรม
ประเด็นนี้มีความเป็นมาย้อนไปถึงการแก้ไขสัญญาสัมปทานในช่วงปี 2563 โดยผลการศึกษาของ ป.ป.ช.ระบุถึงการปรับเปลี่ยนวิธีคำนวณผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ รวมถึงการขยายระยะเวลาสัญญา ซึ่งอาจทำให้รัฐต้องแบกรับความเสี่ยงด้านรายได้จำนวนมาก
ต่อมา วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ป.ป.ช.ได้มีข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว และวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ครม.มีมติรับทราบข้อเสนอแนะ พร้อมมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการต่อ
ขณะที่วันที่ 3 เมษายน 2569 นายชาญชัยและคณะได้เดินหน้ายื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.อีกครั้ง โดยขอให้ตรวจสอบทั้ง ครม. บอร์ด ทอท. และผู้เกี่ยวข้อง กรณีการแก้ไขสัญญาสัมปทาน ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าอาจทำให้รัฐสูญเสียรายได้มหาศาล
พลเอกกิตติศักดิ์จึงเรียกร้องให้ประชาชนติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำแนวคิดเรื่อง “พลังภาคประชาชน” ว่ามีความสำคัญต่อการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐและการรักษาผลประโยชน์สาธารณะ
1.8 แสนล้านบาทจึงกลายเป็นตัวเลขที่สังคมต้องจับตา ว่าสุดท้ายแล้ว ข้อกล่าวอ้างเรื่องความเสียหายจะเป็นอย่างไร ใครต้องรับผิดชอบ และกระบวนการตรวจสอบจะนำไปสู่ข้อยุติแบบใด โดยทั้งหมดต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และกระบวนการยุติธรรม
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ป.ป.ช. / ThaiPublica / สำนักข่าวอิศรา
#สำนักข่าววิหคนิวส์ #1แสน8หมื่นล้าน #ดิวตี้ฟรี #ทอท #ปปช #ชาญชัยอิสระเสนารักษ์ #พะจุณณ์ตามประทีป #นิติธรล้ำเหลือ #กิตติศักดิ์รัฐประเสริฐ #ตรวจสอบทุจริต #ผลประโยชน์ชาติ #พลังภาคประชาชน #ธรรมาภิบาล
