21 สิงหาคม 2569
เกิดประเด็นร้อนในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 หลัง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กรรมาธิการฯ เสนอให้พิจารณาจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้กับ กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา หลังพบว่ากองทุนมีปัญหาเงินไม่เพียงพอสำหรับการดูแลอดีตสมาชิก
นายวันนอร์ระบุว่า กองทุนดังกล่าวถูกจัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย แต่ในร่างงบประมาณปี 2570 กลับถูกปรับลดและตัดงบออกทั้งหมด จึงต้องการให้กรรมาธิการพิจารณาจัดสรรงบกลับคืนมา โดยอ้างถึงกรณีอดีต สส.บางรายประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก
หนึ่งในกรณีที่นายวันนอร์ยกขึ้นมา คืออดีต สส.รายหนึ่งเคยโทรศัพท์มาขอเงินประมาณ 5,000 บาท เพื่อชำระค่ารักษาพยาบาลก่อนออกจากโรงพยาบาล แต่ไม่สามารถรับเงินโอนเข้าบัญชีส่วนตัวได้ เนื่องจากมีปัญหาหนี้สินและถูกเจ้าหนี้ยึดเงิน
ยังมีกรณีอดีต สส.บางรายไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าที่พักจนถูกไล่ออกจากห้องเช่า แม้จะมีลูก แต่ด้วยเหตุผลเรื่องศักดิ์ศรีจึงไม่ต้องการพึ่งพาลูก
💥 เปิดตัวเลข! 1,800 คนพึ่งกองทุน
นายวันนอร์เปิดเผยข้อมูลว่า มีอดีต สส.ประมาณ 1,800 คน ที่เข้ามาขอรับความช่วยเหลือจากกองทุน ขณะที่อีก 458 คน ยังไม่ได้มาขอรับความช่วยเหลือ
โดยประเมินว่ากองทุนต้องใช้เงินประมาณ 600–700 ล้านบาทต่อปี
ที่ผ่านมาเคยขอจัดสรรงบประมาณประมาณ 200 ล้านบาท แต่ไม่เพียงพอ และหลังเดือนมิถุนายน 2569 การจ่ายเงินต้องหยุดลง เนื่องจากงบประมาณไม่เพียงพอ ทำให้ต้องรอการจัดสรรงบประมาณใหม่
นายวันนอร์ยังระบุว่า ปีที่ผ่านมา กองทุนเคยขาดเงินประมาณ 300 ล้านบาท และต้องขอใช้งบกลางจากคณะรัฐมนตรีในช่วงท้ายปีงบประมาณเพื่อแก้ปัญหา
🔥 “อดีต สส.ไม่ได้รวยทุกคน”
ประเด็นสำคัญที่นายวันนอร์พยายามชี้ให้เห็น คืออดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้มีฐานะร่ำรวยทุกคน และเมื่อพ้นตำแหน่งแล้ว หลายคนยังมีภาระและต้องใช้ชีวิตอยู่กับประชาชนในพื้นที่
จึงเห็นว่าการดูแลอดีต สส.ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงการให้สิทธิประโยชน์แก่นักการเมือง แต่ควรพิจารณาในฐานะสวัสดิการสำหรับผู้ที่เคยทำหน้าที่ทางการเมืองและมีข้อจำกัดบางประการจากการดำรงตำแหน่ง
นายวันนอร์จึงเรียกร้องให้กรรมาธิการมองเรื่องนี้ในมิติของ “เกียรติและศักดิ์ศรี” ของอดีตสมาชิกสภา ไม่ใช่เพียงตัวเลขงบประมาณ
พร้อมยกตัวอย่างว่า หลายประเทศในภูมิภาคยังมีสวัสดิการสำหรับอดีตสมาชิกสภา และหากประเทศไทยตัดงบกองทุนออกทั้งหมด อาจส่งผลกระทบต่อการบริหารกองทุนในระยะต่อไป
⚡ “ภราดร” รับเป็นข้อสังเกต เตรียมหารือหน่วยงานเกี่ยวข้อง
ด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล ประธานการประชุมในช่วงดังกล่าว ระบุว่า ประเด็นที่นายวันนอร์อภิปรายถือเป็นข้อสังเกตที่จะต้องนำไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า จะสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง
ขณะเดียวกัน นายภราดรยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักการเมืองบางรายที่ออกมาเรียกร้องเรื่องสวัสดิการ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ยังได้รับสิทธิประโยชน์จากระบบที่มีอยู่
🔥 “ชาดา” ขอเห็นใจอดีต สส.ที่ยากจน
ด้าน นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย และกรรมาธิการฯ ระบุว่า สภาพของอดีต สส.แต่ละคนแตกต่างกัน และไม่ใช่ทุกคนจะมีฐานะร่ำรวย
นายชาดามองว่า สังคมควรเปิดโอกาสและเห็นใจอดีตสมาชิกสภาที่มีฐานะยากจน เพราะครั้งหนึ่งบุคคลเหล่านี้เคยเข้ามาทำงานเพื่อประชาชน พร้อมย้ำว่า การเป็น สส.มีข้อจำกัดหลายด้าน และไม่ใช่อาชีพที่จะสามารถทำธุรกิจหรือหารายได้อื่นได้อย่างอิสระ
ประเด็น 600 ล้านบาท จึงกลายเป็นอีกหนึ่งโจทย์ร้อนของการพิจารณางบประมาณปี 2570 ว่าจะมีการจัดสรรเงินกลับเข้าสู่กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาหรือไม่ ท่ามกลางคำถามสำคัญเรื่องความเหมาะสมของการใช้งบประมาณรัฐกับสวัสดิการของนักการเมืองที่พ้นตำแหน่งแล้ว
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: เนชั่นสุดสัปดาห์ / การอภิปรายในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570
#วันนอร์ #กองทุนอดีตสส #อดีตสส #งบประมาณ2570 #600ล้าน #รัฐสภา #กรรมาธิการงบประมาณ #การเมือง #สส #บำนาญ #สวัสดิการอดีตสส #สำนักข่าววิหคนิวส์
