เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » แตกหัก !!! คดีฮั้ว สว. “ล้างกระดาน” 120 คน หาก กกต. ส่งเรื่องให้ศาลฎีกา ชี้ช่องถอดถอน

แตกหัก !!! คดีฮั้ว สว. “ล้างกระดาน” 120 คน หาก กกต. ส่งเรื่องให้ศาลฎีกา ชี้ช่องถอดถอน

29 July 2026
57   0

29 กรกฎาคม 2569

คดีตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 กำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐานจำนวนมาก เพื่อพิจารณาว่าการเลือก สว. เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ ท่ามกลางกระแสจับตาว่าคดีนี้อาจกลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญของคดีทุจริตเลือกตั้งในอนาคต

ล่าสุด นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระด้านกฎหมาย เผยแพร่บทวิเคราะห์ในหัวข้อ “หากผมเป็น กกต. ในคดีฮั้วเลือก สว.67” โดยเสนอว่า การพิจารณาคดีควรใช้หลัก “การประเมินพยานหลักฐานแบบองค์รวม” (Totality of the Evidence) แทนการแยกพิจารณาพยานหลักฐานเป็นรายชิ้น

นายวัสเห็นว่า คดีลักษณะนี้ควรมองภาพรวมของการดำเนินการทั้งระบบ หากพยานหลักฐานหลายประเภทสามารถเชื่อมโยงสนับสนุนกันได้ ก็อาจสะท้อนถึงการกระทำที่มีการวางแผนและดำเนินการร่วมกันเป็นขบวนการ

ชี้พยานหลายด้านต้องนำมาประกอบกัน

บทวิเคราะห์ระบุว่า พยานหลักฐานที่ควรนำมาพิจารณา ได้แก่

หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์

พยานวัตถุ

ข้อมูลดิจิทัล

เส้นทางการเงิน

ภาพจากกล้องวงจรปิด

คลิปวิดีโอ

ข้อมูลโทรศัพท์มือถือ

พฤติการณ์ก่อน ระหว่าง และหลังการเลือก สว.

นอกจากนี้ ยังอ้างถึงข้อมูลที่ถูกนำเสนอในเวทีเสวนา “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. เปิดหลักฐานคดีโกง สว. ภาค 2” ซึ่งมีการกล่าวอ้างถึงพฤติการณ์ต่าง ๆ เช่น การจัดรถรับส่งผู้สมัคร การออกค่าเดินทาง การจัดที่พัก การจัดทำโพยลงคะแนน การยึดเอกสาร สว.3 การให้ลงนามใบลาออกล่วงหน้า รวมถึงการเสนอผลประโยชน์ทางการเงินและการกำหนดตัวผู้ได้รับเลือกไว้ล่วงหน้า

เสนอส่งศาลฎีกา ถอดถอน สว. มากกว่า 120 คน

นายวัสยังระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่เห็นว่ามีน้ำหนัก ได้แก่ รูปแบบคะแนนเสียงที่ผิดธรรมชาติในหลายกลุ่มอาชีพ การกระจุกตัวของผู้ได้รับเลือกในบางจังหวัด และหลักฐานดิจิทัลที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้

จากเหตุผลดังกล่าว นายวัสเสนอว่า หากตนเป็นกรรมการการเลือกตั้ง จะมีความเห็นให้ส่งเรื่องต่อศาลฎีกา และมีคำสั่งให้สมาชิกวุฒิสภาพ้นจากตำแหน่ง ไม่น้อยกว่า 120 คน โดยเห็นว่าการดำเนินคดีควรมุ่งตรวจสอบทั้งเครือข่าย มากกว่าการพิจารณาเป็นรายบุคคล

ย้อนคดีฮั้วเลือก สว.

การเลือกสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันเมื่อปี 2567 ถูกตั้งข้อสังเกตจากหลายฝ่ายเกี่ยวกับรูปแบบการลงคะแนนและกระบวนการเลือกตั้ง ก่อนจะมีการยื่นคำร้องและเปิดการตรวจสอบโดย กกต. ขณะเดียวกัน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ดำเนินการสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา ทำให้คดีนี้กลายเป็นหนึ่งในคดีการเมืองที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของนายวัส ติงสมิตร เป็นความเห็นทางวิชาการและการวิเคราะห์ส่วนบุคคล ยังไม่ใช่ข้อยุติของคดี โดยการวินิจฉัยว่าจะมีการส่งเรื่องต่อศาลฎีกาหรือไม่ รวมถึงการวินิจฉัยว่ามีการทุจริตเลือกตั้งหรือไม่ ยังคงเป็นอำนาจของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ ศาลฎีกา ตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง

รายงาน NEWS1

บทวิเคราะห์ “หากผมเป็น กกต. ในคดีฮั้วเลือก สว.67” โดย วัส ติงสมิตร

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง

คดีฮั้วสว #เลือกสว2567 #กกต #ศาลฎีกา #วัสติงสมิตร #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #สำนักข่าววิหคนิวส์