การเมืองเดือดด้วยสงครามถ้อยคำ! หลังคำว่า “รำคาญ–สมเพช” ถูกนายอนุทิน ชาญวีรกูล ใช้ตอบโต้กระแสไล่บี้พรรคภูมิใจไทยจากข้อกล่าวหาคดีฮั้วเลือก สว. ก่อนผ่านไปเพียงประมาณ 2 วัน จะปรากฏโพสต์ของ รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ที่ใช้ถ้อยคำชุดเดียวกัน วิจารณ์ “หัวขบวนของนักการเมืองบ้านใหญ่” พร้อมพุ่งประเด็นไปถึงเรื่องวุฒิภาวะทางอารมณ์
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เมื่ออนุทินให้สัมภาษณ์ถึงกระแสการร้องยุบพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือก สว.
อนุทินปฏิเสธว่าพรรคภูมิใจไทยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่าเคยออกหนังสือกำชับสมาชิกพรรคไม่ให้เข้าไปข้องเกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว. และพร้อมชี้แจงหากหน่วยงานรัฐเรียกให้ข้อมูล
แต่ไฮไลต์ที่กลายเป็นข่าวใหญ่คือ เมื่อถูกถามถึงความรู้สึกต่อความพยายามร้องเรียนดังกล่าว อนุทินแสดงท่าทีว่า “รำคาญ” และใช้คำว่า “สมเพช” ต่อกระแสที่มุ่งไปสู่การร้องยุบพรรคภูมิใจไทย สื่อหลายสำนักนำถ้อยคำดังกล่าวขึ้นพาดหัวทันที
ยังไม่ทันที่เสียงวิพากษ์เรื่องถ้อยคำดังกล่าวจะจางหาย วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ปรากฏข้อความจากบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต” ตามภาพที่เผยแพร่ โดยเขียนข้อความสั้น ๆ แต่แรงว่า
“ผมรู้สึกรำคาญสมเพช หัวขบวนของนักการเมืองบ้านใหญ่ ที่พูดหลายครั้งบ่งถึงการขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์”
คำว่า “รำคาญ–สมเพช” จึงกลายเป็นจุดเชื่อมที่สะดุดตาทันที!
เพราะเพียงประมาณ 2 วันก่อนหน้า อนุทินเพิ่งใช้ถ้อยคำสองคำนี้ต่อกระแสไล่บี้กรณีฮั้ว สว.และร้องยุบภูมิใจไทย ก่อนที่พิชายจะหยิบคำชุดเดียวกันมาใช้วิจารณ์บุคคลที่เขาเรียกว่า “หัวขบวนของนักการเมืองบ้านใหญ่”
ยิ่งไปกว่านั้น วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 12.45 น. หรือเพียงหนึ่งวันก่อนโพสต์ดังกล่าว อนุทินยังแสดงความไม่พอใจระหว่างตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับกระแสข่าวความสัมพันธ์ภายใน โดยมีรายงานว่าเขาถามนักข่าวกลับว่า “คุณอยู่ในบ้านผมเหรอ” และหากไม่ได้อยู่ก็ไม่ควรถามเรื่องดังกล่าว
เมื่อนำไทม์ไลน์มาวางต่อกัน จึงเกิดภาพทางการเมืองที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
27 ก.ค. — อนุทินใช้คำ “รำคาญ–สมเพช” ต่อกระแสร้องยุบภูมิใจไทย
28 ก.ค. — อนุทินมีจังหวะตอบผู้สื่อข่าวอย่างแข็งกร้าวกรณีข่าวความสัมพันธ์ภายใน
29 ก.ค. — พิชายโพสต์ “รำคาญสมเพช” พร้อมวิจารณ์ “หัวขบวนของนักการเมืองบ้านใหญ่” และพาดพิงเรื่องวุฒิภาวะทางอารมณ์
จังหวะและถ้อยคำจึงทำให้โพสต์ของพิชาย ชวนให้ถูกตีความทางการเมืองว่าอาจกำลังส่งสารถึงเหตุการณ์และคำพูดที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
แต่ต้องขีดเส้นใต้ให้ชัดว่า พิชายไม่ได้ระบุชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ในข้อความที่ปรากฏในภาพ และไม่ได้ระบุว่าคำว่า “หัวขบวนของนักการเมืองบ้านใหญ่” หมายถึงใคร ดังนั้น ณ ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะฟันธงว่าโพสต์ดังกล่าวเป็นการตอบโตอนุทินโดยตรง
สิ่งที่ยืนยันได้คือ อนุทินใช้คำว่า “รำคาญ–สมเพช” จริงในวันที่ 27 กรกฎาคม และต่อมาโพสต์ของพิชายวันที่ 29 กรกฎาคมก็ปรากฏคำว่า “รำคาญสมเพช” เช่นเดียวกัน
น่าสนใจยิ่งขึ้นเมื่อพิชายเคยวิพากษ์อนุทินมาก่อน ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เคยมีรายงานการตอบโต้กันทางความเห็นหลังพิชายวิจารณ์อนุทินอย่างหนัก และอนุทินแสดงความไม่พอใจต่อบทวิเคราะห์ดังกล่าว
จึงยิ่งทำให้คำว่า “รำคาญ–สมเพช” รอบล่าสุดถูกจับตามองว่าอาจไม่ใช่เพียงถ้อยคำที่บังเอิญเหมือนกัน แต่จะเป็นการเหน็บกลับทางการเมืองหรือไม่นั้น เจ้าของโพสต์เท่านั้นที่จะยืนยันได้
จากคดีฮั้ว สว. สู่กระแสร้องยุบภูมิใจไทย จากคำว่า “สมเพช” ของอนุทิน มาถึงคำว่า “รำคาญสมเพช” ของพิชาย — เพียง 48 ชั่วโมง สองคำนี้กลายเป็นวาทกรรมร้อนที่สะท้อนการปะทะกันทางการเมืองอย่างดุเดือด
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: Nation TV วันที่ 27 กรกฎาคม 2569, ไทยโพสต์ วันที่ 28 กรกฎาคม 2569, MGR Online และภาพโพสต์จากบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต” ที่เผยแพร่วันที่ 29 กรกฎาคม 2569
อนุทิน #อนุทินชาญวีรกูล #พิชายรัตนดิลก #พิชายรัตนดิลกณภูเก็ต #สมเพช #รำคาญสมเพช #ภูมิใจไทย #ฮั้วสว #ยุบพรรคภูมิใจไทย #บ้านใหญ่ #นักการเมืองบ้านใหญ่ #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #ข่าวด่วน #วิหคนิวส์ #VihokNews


