25 กรกฎาคม 2569 – กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย กลายเป็นดราม่าร้อนแรงหลังศึกวอลเลย์บอลชาย SEA V Cup 2026 สนามที่ 2 รอบรองชนะเลิศ ระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติกัมพูชา เมื่อโลกออนไลน์เผยแพร่คลิปจังหวะก่อนการแข่งขัน ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่านักกีฬากัมพูชาหลายคนนำมือไปเช็ดบริเวณรองเท้าหลังจับมือกับนักกีฬาไทย จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่นักกีฬาทั้งสองทีมเดินจับมือกันตามธรรมเนียมก่อนการแข่งขัน แต่จากภาพที่ถูกนำมาเผยแพร่ มีจังหวะที่นักกีฬากัมพูชาบางรายก้มลงและนำมือไปสัมผัสบริเวณรองเท้าหลังจับมือกับฝ่ายไทย
ภาพเพียงไม่กี่วินาทีกลายเป็นชนวนทันที!
แฟนกีฬาชาวไทยจำนวนมากตั้งคำถามว่า “ทำไปเพื่ออะไร?” และมองว่าหากเป็นการกระทำโดยเจตนา ก็ถือว่าไม่เหมาะสมต่อหลักน้ำใจนักกีฬาและการให้เกียรติคู่แข่งขัน อย่างไรก็ตาม จากคลิปเพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถยืนยันเจตนาของนักกีฬากัมพูชาได้ และควรรอฟังคำอธิบายจากนักกีฬาหรือทีมงานที่เกี่ยวข้องก่อนสรุปแรงจูงใจ
“ยามีน” ออกโรงแล้ว
ดราม่ายิ่งร้อนขึ้นเมื่อ “ยามีน” กฤษฎา นิลไสว อดีตนักวอลเลย์บอลชายทีมชาติไทย แสดงความคิดเห็นผ่านเพจ Mine วัยรุ่นมาลี V2 โดยระบุในสาระสำคัญว่า หลังจับมือนักกีฬาไทยแล้วมีการนำมือไปเช็ดกับเท้า และมองว่า “แบบนี้ก็ไม่ควร”
ประเด็นนี้จึงไม่ได้ถูกพูดถึงเฉพาะในหมู่แฟนกีฬา แต่ยังมีอดีตนักกีฬาทีมชาติออกมาตั้งคำถามถึงความเหมาะสมด้วย
แต่ในสนาม ไทยตอบด้วย “สกอร์”
ท่ามกลางบรรยากาศร้อนแรง ทีมชาติไทยเลือกตอบคำถามทั้งหมดด้วยผลงานในสนาม
ผลการแข่งขันวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ทีมชาติไทยโชว์ฟอร์มเด็ดขาด เอาชนะกัมพูชา 3-0 เซต ด้วยคะแนน
25-18, 25-19 และ 25-18
ส่งผลให้ไทยผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ SEA V Cup 2026 สนามที่ 2 ได้สำเร็จ
ชัยชนะครั้งนี้ยังมีความหมายมากกว่าการเข้าชิง เพราะถือเป็นการ ถอนแค้น จากการแข่งขันสนามแรกที่ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ซึ่งกัมพูชาเคยสร้างเซอร์ไพรส์เอาชนะไทย 3-1 เซต และผ่านเข้าชิงชนะเลิศในครั้งนั้น
ผ่านไปเพียงหนึ่งสัปดาห์ ไทยกับกัมพูชาโคจรกลับมาเจอกันอีกครั้ง แต่คราวนี้สถานการณ์กลับด้านอย่างสิ้นเชิง เมื่อทีมหนุ่มไทยปิดเกมแบบไม่เสียแม้แต่เซตเดียว
กีฬาเดือดได้ แต่ “น้ำใจนักกีฬา” ต้องอยู่เหนือทุกอย่าง
สำหรับประเด็นคลิปก่อนการแข่งขัน สิ่งสำคัญคือต้องแยก “ภาพที่ปรากฏ” ออกจาก “การตีความเจตนา”
มีรายงานและคลิปที่ทำให้เห็นจังหวะดังกล่าวจริง และมีเสียงวิจารณ์ตามมาอย่างกว้างขวาง แต่จนถึงขณะนี้ จากแหล่งข่าวที่ตรวจสอบ ยังไม่พบคำชี้แจงโดยตรงจากนักกีฬาหรือสมาคมวอลเลย์บอลกัมพูชาว่าเหตุใดจึงมีพฤติกรรมดังกล่าว
ดังนั้น การระบุว่าเป็นการ “ดูหมิ่น” หรือ “เหยียด” นักกีฬาไทยโดยเจตนา ยังควรรอคำชี้แจงของอีกฝ่ายเสียก่อน
แต่ไม่ว่าเหตุผลเบื้องหลังจะเป็นอะไร เหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญ เพราะในสนามกีฬาระดับนานาชาติ ทุกการกระทำอยู่ในสายตากล้อง และบางครั้งเวลาเพียงไม่กี่วินาทีก็สามารถกลายเป็นดราม่าข้ามประเทศได้
ส่วนคำตอบในสนามนั้นชัดเจนแล้ว
ไทย 3 – กัมพูชา 0
และทัพลูกยางชายไทยเดินหน้าสู่ รอบชิงชนะเลิศ SEA V Cup 2026 สนามที่ 2 อย่างเต็มภาคภูมิ
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ผู้จัดการออนไลน์, Sanook Sport, ไทยรัฐ, Daily News และข้อมูลการแข่งขัน SEA V Cup 2026
