ขอนแก่น — วันที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 19.00 น. ปมพิพาทที่ดิน วัดป่าอดุลยาราม เดือดขึ้นอีกระลอก หลังตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เดินหน้าตรวจสอบเหตุการณ์ปิดทางเข้า–ออกวัด และเตรียมเรียก น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” อายุ 62 ปี มารับทราบข้อกล่าวหาบุกรุก
พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนตรวจสอบคลิปวิดีโอที่พลเมืองดีบันทึกไว้ รวมถึงสอบปากคำพยานในเหตุการณ์ ก่อนพบข้อมูลที่ระบุว่าป้าดาอยู่ในกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว จึงดำเนินการออกหมายเรียกตามขั้นตอน
🔥 ปมใหม่ “โฉนดหาย” สะเทือนทั้งคดี
อีกด้านหนึ่ง นายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเทือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยถึงกรณีการยื่นขอ ออกใบแทนโฉนด โดยฝ่ายทายาทผู้จัดการมรดกอ้างว่าโฉนดสูญหาย และมีพยานรับรองพร้อมใบแจ้งความประกอบคำขอ
แต่ประเด็นกลับพลิก เมื่อมีการกล่าวถึงข้อมูลในรายการโทรทัศน์ว่า โฉนดตัวจริงอาจอยู่กับพระหรือเจ้าอาวาส
เจ้าพนักงานที่ดินจึงชี้ว่า หากข้อเท็จจริงเป็นเช่นนั้นจริง ย่อมต้องตรวจสอบว่าการแจ้งว่าโฉนดสูญหายเป็นการให้ข้อมูลเท็จหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือ ต้องพิสูจน์เจตนาและข้อเท็จจริงในกระบวนการสอบสวนก่อน หากผู้แจ้งเข้าใจโดยสุจริตว่าโฉนดสูญหาย ก็เป็นอีกกรณีหนึ่ง แต่หากรู้อยู่แล้วว่าโฉนดยังมีอยู่และยังแจ้งว่าสูญหาย เจ้าหน้าที่ระบุว่าอาจเข้าข่ายความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน
⚠️ วันที่ 14 สิงหาคม คืออีกหนึ่งวันสำคัญ
สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นระบุว่า หากฝ่ายวัดเข้าดำเนินการในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 จะรับคำขอไว้ก่อน
หากทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นไม่ตรงกัน สำนักงานที่ดินสามารถทำหนังสือหารือไปยัง กรมที่ดินส่วนกลาง เพื่อให้พิจารณาแนวทางต่อไป
ขณะที่กรณีคำขอออกใบแทนโฉนด หากฝ่ายวัดยื่นคัดค้านและสามารถนำ โฉนดตัวจริง มาแสดงจนพิสูจน์ได้ว่าโฉนดไม่ได้สูญหาย สำนักงานที่ดินสามารถยกเลิกคำขอออกใบแทนได้
ส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ให้วัด จะเข้าสู่การพิจารณาตามขั้นตอนของกรมที่ดินต่อไป
🚨 ปมกฎหมายที่ดินวัดยังต้องสะสาง
เจ้าพนักงานที่ดินยังชี้แจงประเด็น มาตรา 84 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เกี่ยวกับการได้มาซึ่งที่ดินของวัด โดยหลักเกณฑ์แตกต่างกันตามช่วงเวลาที่วัดได้มาซึ่งที่ดินและขนาดพื้นที่
กรณีที่วัดได้ที่ดินก่อนประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มีหลักเกณฑ์แตกต่างจากกรณีที่ได้ที่ดินภายหลังประมวลกฎหมายที่ดินมีผลใช้บังคับแล้ว
จึงต้องตรวจสอบเอกสารและลำดับการได้มาซึ่งที่ดินเป็นรายกรณี ไม่สามารถตัดสินจากคำกล่าวอ้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงอย่างเดียว
💥 จากศึกที่ดิน สู่ศึกเอกสาร–ศึกคดี
ขณะนี้ข้อพิพาทวัดป่าอดุลยารามไม่ได้มีเพียงเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินเท่านั้น แต่ขยายไปถึง เหตุการณ์ปิดทางเข้า–ออกวัด การแจ้งข้อกล่าวหาบุกรุก การขอออกใบแทนโฉนด และข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลที่แจ้งต่อเจ้าหน้าที่
จากนี้จึงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่า
ใครมีโฉนดตัวจริง
โฉนดสูญหายจริงหรือไม่
และ หลักฐานที่แต่ละฝ่ายนำมาแสดงต่อสำนักงานที่ดินจะเปลี่ยนทิศทางของข้อพิพาทครั้งนี้หรือไม่
ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาทั้งหมด ยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบและสอบสวน ผู้ถูกกล่าวหายังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
สำนักข่าววิหคนิวส์ อ้างอิง: ข้อมูลการเปิดเผยของ พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น และนายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเทือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น ตามรายงานเดลินิวส์ วันที่ 13 สิงหาคม 2569
