กรุงเทพฯ 24 กรกฎาคม 2569 — การเมืองร้อนขึ้นอีกระลอก เมื่อมีการตั้งข้อสังเกตต่อบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หลัง Next News ตรวจสอบและตั้งประเด็นว่า อาจมีอสังหาริมทรัพย์อย่างน้อย 2 รายการ ที่ไม่ปรากฏในบัญชีที่ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้แก่ คอนโดมิเนียมในจังหวัดเชียงใหม่ และบ้านพักในอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งรายงานข่าวระบุว่ามีมูลค่ารวมกว่า 20 ล้านบาท
ประเด็นดังกล่าวถูกขยายผลในวันที่ 24 กรกฎาคม โดย “ทนายอั๋น” แสดงความคิดเห็นในเชิงกฎหมายว่า หากข้อมูลดังกล่าวเป็นจริง และสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นการ จงใจไม่แสดงทรัพย์สินที่กฎหมายกำหนดให้ต้องแจ้ง ก็อาจเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงได้
แต่ต้องขีดเส้นใต้ชัด ๆ ว่า ณ เวลานี้ยังไม่มีคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช. ว่านายอนุทินจงใจปกปิดหรือยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ ดังนั้นเรื่องนี้ยังอยู่ในสถานะข้อสงสัยที่ต้องพิสูจน์ด้วยเอกสารกรรมสิทธิ์ วันได้มาของทรัพย์สิน ลักษณะการถือครอง และหน้าที่ในการยื่นบัญชีในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง
ย้อนบัญชี “อนุทิน” ทรัพย์สินระดับพันล้าน
หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2566 ป.ป.ช.เคยเปิดเผยบัญชีกรณีพ้นจากตำแหน่ง สส. โดยนายอนุทินและคู่สมรสแจ้งทรัพย์สินรวมประมาณ 4,411 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นทรัพย์สินของนายอนุทินประมาณ 4,372 ล้านบาท และของคู่สมรสประมาณ 39 ล้านบาท
ทรัพย์สินที่เคยถูกเปิดเผยมีตั้งแต่เงินฝาก สิทธิและสัมปทาน รถยนต์ เรือยนต์ เครื่องบิน นาฬิกา พระเครื่อง และทรัพย์สินอื่น ๆ โดย Next News ยังเคยตรวจสอบย้อนหลังเรื่องเรือยนต์ของนายอนุทิน พบว่าในบัญชีช่วงหนึ่งมีเรือยนต์ 2 ลำ คือ “นัยน์ภัค 3” มูลค่า 30 ล้านบาท และ “เศรณี” มูลค่า 2.5 ล้านบาท
นอกจากนี้ Next News ยังเคยขุดเครือข่ายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวนายอนุทิน รวมถึงกิจการที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และประวัติการถือครองหุ้นในบริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง
ที่ผ่านมา นายอนุทินเองก็เคยถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับที่ดินสนามกอล์ฟใน อ.ปากช่อง โดยเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 เจ้าตัวตอบโต้ว่าไม่กังวลต่อการตรวจสอบ และยืนยันว่าตนระมัดระวังเรื่องการลงทุนและที่ดินของครอบครัว
ปมสำคัญอยู่ที่ “เป็นเจ้าของหรือไม่–ต้องแจ้งหรือไม่”
ดังนั้น จุดตัดสำคัญของเรื่องล่าสุดไม่ใช่เพียงการพบว่ามีบ้านหรือคอนโด แต่ต้องตรวจสอบให้ถึงที่สุดว่า ทรัพย์สินทั้ง 2 รายการเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร ได้มาเมื่อใด อยู่ในช่วงที่กฎหมายกำหนดให้ต้องแสดงหรือไม่ และหากต้องแสดง เหตุใดจึงไม่ปรากฏในบัญชีที่ถูกนำมาตรวจสอบ
หากมีผู้ร้องพร้อมพยานหลักฐาน เรื่องสามารถเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของ ป.ป.ช.ได้ จากนั้นจึงต้องรอการไต่สวนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ไม่สามารถกระโดดจาก “ไม่พบชื่อทรัพย์สินในบัญชี” ไปสู่ข้อสรุปว่า “ปกปิดทรัพย์สิน” ได้ทันที
ขณะเดียวกัน รายงาน NEWS1 ที่เผยแพร่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.11 น. ระบุว่า ณ เวลาที่รายงาน ยังไม่มีข้อยืนยันจาก ป.ป.ช. ว่านายอนุทินกระทำความผิด และยังไม่มีคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการในประเด็นนี้
เกมนี้จึงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะหากมีการร้องอย่างเป็นทางการ คำถามใหญ่จะไม่ได้อยู่เพียงว่า “ทรัพย์สินอยู่ที่ไหน?” แต่จะต้องตอบด้วยหลักฐานว่า ใครเป็นเจ้าของ ต้องแจ้งต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ และมีเจตนาปกปิดหรือไม่
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: NEWS1 – รายงานประเด็นบัญชีทรัพย์สิน, Next News – ข้อมูลตรวจสอบเครือข่ายทรัพย์สินและธุรกิจ, Thai PBS และข้อมูลบัญชีทรัพย์สินที่เปิดเผยต่อ ป.ป.ช.
