กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ไต้หวัน หลังชายหนุ่มรายหนึ่งออกมาเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของตัวเองผ่านเว็บบอร์ด Dcard โดยอ้างว่าพบหลักฐานในโทรศัพท์มือถือของแฟนสาว ซึ่งเป็นทหารอาชีพ หลังคบหากันมานานกว่า 1 ปี
เรื่องราวเริ่มต้นหลังแฟนสาวอ้างว่าเธอเข้าแถวตอนเช้าสาย จึงถูกลงโทษห้ามออกจากค่ายเป็นเวลา 1 เดือน และต้องเข้าเวรภายในค่ายเป็นเวลา 1 สัปดาห์
ฝ่ายชายระบุว่า ตลอดช่วง 12 วันที่ไม่ได้พบกัน เขายังคอยส่งข้อความให้กำลังใจและเข้าใจว่าฝ่ายหญิงกำลังเผชิญกับความเหน็ดเหนื่อยจากการปฏิบัติหน้าที่
แต่เมื่อทั้งคู่กลับมาเจอกัน เหตุการณ์กลับพลิกอย่างรุนแรง
📱 แจ้งเตือนเด้ง เปิดเจอ “กลุ่มลับ”
ฝ่ายชายเล่าว่า ขณะที่แฟนสาวกำลังอาบน้ำ โทรศัพท์มือถือของเธอมีข้อความแจ้งเตือนจากเพื่อนร่วมงานชายรายหนึ่ง
ด้วยความสงสัย เขาจึงเข้าไปตรวจสอบโทรศัพท์ และพบกลุ่มสนทนาที่ถูกปิดเสียงเอาไว้ ใช้ชื่อว่า “รายงานการเข้าเวร”
ภายในกลุ่มมีสมาชิก 4 คน เป็นหญิง 1 คนและชาย 3 คน ซึ่งฝ่ายชายอ้างว่า เมื่อย้อนดูข้อความและไฟล์ต่าง ๆ ภายในกลุ่ม กลับพบ ภาพและคลิปส่วนตัวของแฟนสาวกับชายร่วมงานหลายคน
ที่ทำให้เขาช็อกยิ่งกว่าเดิมคือ ช่วงเวลาที่ปรากฏในไฟล์ดังกล่าวตรงกับช่วง 12 วันที่แฟนสาวบอกว่าถูกลงโทษและต้องอยู่ภายในค่าย
ฝ่ายชายอ้างว่า หนึ่งในบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นรุ่นพี่หรือหัวหน้าชุด ขณะที่อีกคนมีครอบครัวอยู่แล้ว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลอื่นยังไม่ชัดเจน
หลังจากพบสิ่งดังกล่าว เขารีบวางโทรศัพท์กลับไว้ที่เดิม เนื่องจากแฟนสาวกำลังจะออกจากห้องน้ำ
⚠️ กลับมาเปิดอีกครั้ง รหัสผ่านถูกเปลี่ยนแล้ว
ฝ่ายชายระบุว่า หลังจากนั้นเขาพยายามทำตัวตามปกติ และยังไม่ได้ถามแฟนสาวโดยตรง
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาพยายามเข้าโทรศัพท์อีกครั้ง กลับพบว่า รหัสผ่านถูกเปลี่ยนไปแล้ว
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เขาเชื่อว่าแฟนสาวอาจรู้แล้วว่าโทรศัพท์ถูกเปิดดู และตัดสินใจเปลี่ยนรหัสผ่านทันที
เจ้าตัวระบุผ่านโพสต์ว่า ความรู้สึกในเวลานั้นเหมือนคนที่เคยรู้จักกลายเป็นคนแปลกหน้า พร้อมตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาที่ทั้งคู่ไม่ได้พบกัน
🔥 โลกออนไลน์ถกสนั่น มีคนอ้างรู้ข่าวจากภายใน
หลังเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยส่วนหนึ่งแนะนำให้ฝ่ายชายยุติความสัมพันธ์ ขณะที่อีกส่วนเตือนว่าเรื่องราวทั้งหมดมาจากคำบอกเล่าของบุคคลหนึ่ง และควรรอหลักฐานยืนยัน
อย่างไรก็ตาม ความฮือฮาเพิ่มขึ้นเมื่อมีผู้ใช้งานรายหนึ่งเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า เคยได้ยินข่าวลักษณะคล้ายกันภายในหน่วยงานแห่งหนึ่ง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ากรณี “หญิง 1 ชาย 3” อาจตรงกับเรื่องที่กำลังถูกพูดถึง
ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นข้อมูลจากโพสต์ของผู้ใช้งานออนไลน์ และ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากบุคคลที่ถูกกล่าวถึงหรือหน่วยงานต้นสังกัด
ประเด็นสำคัญจึงยังอยู่ที่การตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เรื่องราวที่ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ตรงกับเหตุการณ์จริงเพียงใด
สำนักข่าววิหคนิวส์ อ้างอิง: ETtoday และข้อมูลจากโพสต์บน Dcard ที่ถูกนำมาเผยแพร่ต่อในโลกออนไลน์
