วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.30 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร — คดีที่เคยทำให้ “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ต้องตกเป็นจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กำลังเปิดฉากอีกด้าน เมื่อเจ้าตัวพร้อม นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม หรือ “ทนายรอน” เดินทางมายังศาลอาญา เพื่อยื่นฟ้องบุคคลที่ปิยรัฐกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการสร้างและนำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จมาใช้ดำเนินคดีกับตน
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากคดีเดิม ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องปิยรัฐ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 โดยรายงานข่าวระบุว่า ศาลไม่เชื่อมั่นในพยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์ และไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าปิยรัฐเป็นผู้โพสต์ข้อความตามที่ถูกกล่าวหา
พลิกจากจำเลยเป็นโจทก์! เดินหน้าฟ้องคนกล่าวหา
ปิยรัฐระบุว่า จุดเริ่มต้นของคดีเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ช่วงปลายปี 2563 ซึ่งมีบุคคลกลุ่มหนึ่งกล่าวหาว่าเขาเป็นผู้ถ่ายภาพบริเวณท้องสนามหลวงและเผยแพร่ข้อความที่ถูกกล่าวหาว่าเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112
แต่หลังจากคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ปิยรัฐอ้างว่าพบความผิดปกติของหลักฐานสำคัญ โดยเฉพาะ ภาพหรือข้อมูลจากโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับเวลาเผยแพร่ ซึ่งฝ่ายปิยรัฐกล่าวหาว่ามีการแก้ไขข้อมูลเวลา ก่อนถูกนำไปประกอบการกล่าวหาและใช้ในกระบวนการคดี
ล่าสุดเจ้าตัวจึงเปลี่ยนสถานะจากผู้ถูกกล่าวหา มาเป็นฝ่ายใช้กระบวนการยุติธรรมตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยรายงานระบุว่าข้อกล่าวหาที่ฝ่ายปิยรัฐยกขึ้นดำเนินการกับกลุ่มบุคคล มีทั้งประเด็น แจ้งความเท็จ สร้างพยานหลักฐานเท็จ ปลอมเอกสาร และใช้เอกสารปลอม ทั้งนี้ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของศาลต่อไป
ยังไม่จบ! จ่อเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ ม.157
คดีนี้ไม่ได้หยุดอยู่เฉพาะบุคคลที่เป็นผู้กล่าวหาเท่านั้น เพราะปิยรัฐเปิดเผยว่าจะดำเนินการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่รัฐหรือพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคดีเดิม ด้วย
โดยได้มอบหมายให้ทนายความดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเกี่ยวกับการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าพนักงาน โดยจะดำเนินการผ่านกระบวนการของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ
รายงานจากหลายสำนักตรงกันว่า ฝ่ายปิยรัฐเตรียมดำเนินการในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับคดีเดิมด้วย
อย่างไรก็ตาม การยื่นฟ้องหรือแจ้งข้อกล่าวหาต่อบุคคลและเจ้าหน้าที่ ยังไม่ได้หมายความว่าบุคคลเหล่านั้นมีความผิด การวินิจฉัยว่ามีการสร้างหรือใช้หลักฐานเท็จ รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจริงหรือไม่ ยังต้องรอการไต่สวน พยานหลักฐาน และคำพิพากษาของศาลตามขั้นตอน
ย้อนคดี! จุดเริ่มต้นจากเหตุ “ขายกุ้ง” สนามหลวง
จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง คดีมาตรา 112 ของปิยรัฐมีที่มาจากกรณีโพสต์เกี่ยวกับเหตุการณ์การสลายกิจกรรม “ขายกุ้ง” บริเวณสนามหลวง ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2563 ก่อนนำไปสู่การดำเนินคดีทั้งในความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
คดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลอาญา ก่อนศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษายกฟ้อง โดยสาระสำคัญตามข้อมูลที่เผยแพร่คือ พยานหลักฐานไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าปิยรัฐเป็นผู้โพสต์ข้อความตามฟ้อง
ต่อมาเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ปิยรัฐออกมาเปิดประเด็นเรื่องพยานหลักฐานที่ตนอ้างว่ามีความผิดปกติ พร้อมประกาศว่าจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง กระทั่งวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เจ้าตัวประกาศอย่างชัดเจนว่าจะเดินทางมายังศาลอาญาในเช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนดำเนินการจริงในวันที่ 21 กรกฎาคม
จับตา 19 ตุลาคม ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง
ขั้นตอนต่อจากนี้ถือว่าสำคัญ เพราะ ศาลอาญานัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 19 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. เพื่อพิจารณาว่าคดีที่ปิยรัฐยื่นฟ้องมีมูลเพียงพอที่จะประทับรับฟ้องและเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีต่อไปหรือไม่
จากคดีที่เริ่มขึ้นเมื่อหลายปีก่อน วันนี้สถานการณ์จึงพลิกกลับอีกด้าน จากเดิมที่ “โตโต้ ปิยรัฐ” ต้องต่อสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเองในฐานะจำเลย กลายมาเป็นฝ่ายเดินหน้าใช้กระบวนการศาลตรวจสอบบุคคลที่เขากล่าวหาว่านำหลักฐานเท็จมาใช้ดำเนินคดี
วันที่ 19 ตุลาคมนี้จึงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะผลการไต่สวนมูลฟ้องจะเป็นด่านสำคัญว่า คดีฟ้องกลับครั้งนี้จะเดินหน้าสู่การพิจารณาเต็มรูปแบบหรือไม่ และข้อกล่าวหาเรื่อง “หลักฐานเท็จ” ที่เป็นหัวใจของเรื่องจะถูกพิสูจน์ไปในทิศทางใด
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: มติชน, ข่าวสด, แนวหน้า, ข้อมูลคดีจาก iLaw และคำแถลงของนายปิยรัฐ จงเทพ วันที่ 21 กรกฎาคม 2569
#โตโต้ปิยรัฐ #ปิยรัฐจงเทพ #พรรคประชาชน #มาตรา112 #ม112 #ฟ้องกลับ #หลักฐานเท็จ #แจ้งความเท็จ #มาตรา157 #ศาลอาญา #คดีการเมือง #ตำรวจไซเบอร์ #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #วิหคนิวส์ #สำนักข่าววิหคนิวส์


