พิจิตร วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 — กลายเป็นวิกฤตสะเทือนใจชาวบ้าน หลังสมาชิกสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนบ้านห้วยห้าง อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร ไม่สามารถถอนเงินที่ฝากไว้ได้ แม้สมุดบัญชีจะแสดงทั้งเงินต้นและผลตอบแทนอย่างชัดเจนก็ตาม
นายกิติพล เวชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมและหน่วยงานยุติธรรม ลงพื้นที่ตั้งโต๊ะรับเรื่องร้องเรียนที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหลุม หลังพบว่าสถาบันดังกล่าวมีสมาชิกมากถึงประมาณ 1,430 ราย
เบื้องต้นมีชาวบ้านลงชื่อให้ข้อมูลแล้ว 331 ราย มูลค่าเงินที่ต้องการถอนรวมกว่า 55 ล้านบาท และตัวเลขอาจเพิ่มสูงขึ้นอีก เพราะเจ้าหน้าที่เปิดรับข้อมูลจากสมาชิกต่อเนื่องถึงวันที่ 24 กรกฎาคม 2569
เมื่อสมาชิกต้องการถอนเงิน กลับไม่สามารถรับเงินออกมาได้ ชาวบ้านบางรายจึงเผชิญภาวะหนัก เพราะเงินที่ฝากไว้เป็นเงินก้อนสุดท้ายสำหรับใช้ดูแลชีวิตในวัยชราและครอบครัว
จุดที่ทำให้เรื่องนี้ยิ่งน่าตกใจคือ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรเปิดเผยว่า การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเงินในบัญชีของสถาบันเหลืออยู่เพียง หลักหมื่นบาท เท่านั้น ขณะที่สถานที่ทำการปิดมานานนับเดือนหลังสมาชิกเริ่มไม่สามารถถอนเงินได้
รายงานในช่วงดังกล่าวระบุด้วยว่า สถาบันแห่งนี้พัฒนามาจากกองทุนฌาปนกิจหมู่บ้าน ก่อนขยายการรับสมาชิกออกไปนอกพื้นที่ ขณะที่ผู้ได้รับผลกระทบบางส่วนได้แจ้งความและดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเรียกเงินคืน
ขณะนี้จังหวัดพิจิตรตั้งคณะทำงานตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐาน และรับเรื่องจากผู้เสียหาย โดยชาวบ้านบางรายต้องการเงินฝากคืน ขณะที่อีกส่วนเรียกร้องให้ดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: มติชนออนไลน์, เดลินิวส์ และข้อมูลการตรวจสอบจากจังหวัดพิจิตร–ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร
