15 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 น.
กลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามอง หลังมีการเปิดเผยตัวเลขการใช้งบประมาณสำหรับโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตลอดช่วงปีงบประมาณ 2561-2569 พบว่ารัฐบาลทุกยุคได้อนุมัติงบประมาณรวมแล้วกว่า 528,000 ล้านบาท หรือกว่า 5.28 แสนล้านบาท เพื่อใช้ดูแลผู้มีรายได้น้อยและประชาชนกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ
ข้อมูลระบุว่า โครงการดังกล่าวเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2560 ในชื่อ “บัตรประชารัฐ” ก่อนปรับมาเป็น “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” โดยมีเป้าหมายลดภาระค่าครองชีพ ทั้งค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ค่าเดินทาง ค่าก๊าซหุงต้ม และสวัสดิการที่จำเป็นสำหรับผู้มีรายได้น้อย
เมื่อพิจารณางบประมาณย้อนหลัง พบว่าบางปีรัฐบาลต้องเพิ่มวงเงินช่วยเหลือเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโควิด-19 และภาวะค่าครองชีพสูง ส่งผลให้เม็ดเงินสะสมตลอด 9 ปีพุ่งแตะกว่า 5.28 แสนล้านบาท ขณะที่จำนวนผู้ได้รับสิทธิอยู่ในระดับกว่า 13-14 ล้านคนต่อปี ก่อนที่รัฐบาลจะเดินหน้าปรับหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้มีสิทธิใหม่ เพื่อให้การช่วยเหลือตรงกับผู้ที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง และครอบคลุมกลุ่มตกหล่นมากยิ่งขึ้น
ย้อนกลับไปในอดีต โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถือเป็นหนึ่งในนโยบายสวัสดิการขนาดใหญ่ของรัฐบาลไทย เริ่มใช้ในปี 2560 และมีการปรับปรุงเงื่อนไขหลายครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงการทบทวนคุณสมบัติผู้ถือสิทธิเป็นระยะ เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนฐานรากของประเทศ
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: กรุงเทพธุรกิจ, กระทรวงการคลัง และโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569
