ยื่นคำขาดรอบสอง ! “วัชระ เพชรทอง” บุกสรรพากร จี้อธิบดียึดทรัพย์ “ทักษิณ” 17,629 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ด่วนที่สุด หลังโผล่ลงทุนอินโดฯ
วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.03 น. ที่กรมสรรพากร นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมสรรพากรเป็นครั้งที่ 2 เพื่อขอให้ดำเนินการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหนังสือแจ้งประเมินภาษี
นายวัชระระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้ยื่นหนังสือฉบับแรกเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 แต่ยังไม่ปรากฏความคืบหน้าที่ชัดเจน จึงเข้ายื่นหนังสืออีกครั้ง โดยอ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6890/2568 ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว พร้อมระบุว่าสิทธิเรียกร้องของรัฐเกี่ยวกับหนี้ภาษีมีอายุความ 10 ปี จึงเห็นว่ากรมสรรพากรควรเร่งดำเนินการบังคับคดีตามกฎหมาย
หนังสือยังระบุว่า หนังสือแจ้งประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.12) ลงวันที่ 28 มีนาคม 2560 ประเมินภาษีเป็นเงิน 17,629 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย โดยนายวัชระอ้างว่าปัจจุบันมีข่าวว่ารัฐสามารถจัดเก็บได้เพียงประมาณ 350 ล้านบาท จึงขอให้กรมสรรพากรชี้แจงและดำเนินการเรียกเก็บภาษีส่วนที่เหลือให้ครบถ้วนตามกฎหมาย
นอกจากนี้ นายวัชระยังขอให้กรมสรรพากรตรวจสอบว่า ภายหลังนายทักษิณเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อปี 2566 และพำนักอยู่ในประเทศตามหลักเกณฑ์ภาษี ได้ยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปีภาษี 2567 และ 2568 ครบถ้วนหรือไม่
นายวัชระเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นหน้าที่โดยตรงของกรมสรรพากรในการคุ้มครองผลประโยชน์ของรัฐ และขอให้อธิบดีกรมสรรพากรใช้อำนาจตามกฎหมายในการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สิน หากเข้าเงื่อนไขตามกระบวนการบังคับคดี เพื่อป้องกันความเสียหายต่อรัฐ
ทั้งนี้ การยื่นหนังสือดังกล่าวเป็นคำร้องของนายวัชระต่อหน่วยงานรัฐ ขณะที่การดำเนินการจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกรมสรรพากรและกระบวนการตามกฎหมายต่อไป
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: คำแถลงและหนังสือยื่นของนายวัชระ เพชรทอง ต่อกรมสรรพากร วันที่ 10 กรกฎาคม 2569
