วันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2569
ขอบคุณ คุณแดน นักวิทยาศาสตร์ที่สหรัฐที่ส่งข้อมูลนี้มาให้ครับ
มะเร็งปะทุ หนัก หลังจากมีการเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์
ในช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมา มีหลายต่อหลายคนที่มีประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ตรง หรือในคนที่รู้จัก
- เป็นมะเร็งทั้งที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง
- เป็นมะเร็งชนิดที่เมื่อก่อนไม่ค่อยมีใครเป็น
- เคยเป็นมะเร็งที่เคยควบคุมได้ แต่อยู่ๆก็ปะทุขึ้นมาแล้วก็ลุกลามอย่างรวดเร็ว
ประสบการณ์เหล่านี้ ไม่ได้จำเพาะเจาะจงในเมืองไทย แต่เป็นกันทั่วโลก ในช่วงแรกๆ คนที่เรียกตัวเองว่า “ผู้เชี่ยวชาญ” ได้ออกมาบอกชาวบ้านว่า พวกคุณวิตกจริตกันไปเอง มะเร็งไม่ได้เพิ่มขี้น พอชาวบ้านอย่างเราไม่เชื่อ เพราะเราก็เห็นเองกับตา เหล่า”ผู้เชี่ยวชาญ” ก็ออกว่ายอมรับว่า มันเกิดขึ้นจริง และมันมีแนวโน้มเพิ่มขี้นมาหลายสิบปีแล้วด้วย แถมยังออก”งานวิจัย”มาสนับสนุน
ข้อมูลดังกล่าว
https://aacrjournals.org/…/Trends-in-Cancer-Incidence…
ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับงานวิจัยชิ้นนี้คือ งานวิจัยตีพิมพ์ในปี 2025 แต่เลือกที่จะนำเสนอข้อมูลถึงแค่ปี 2019 ทั้งๆที่ จะนำเสนอข้อมูลจนถึงปี 2023 หรือแม้แต่ปี 2024 ก็ยังได้ ประหนึ่งว่าไม่อยากนำเสนอว่า อัตรามะเร็งได้พุ่งสูงขึ้นอย่างมากหลังจากที่ประชากรทั่วโลกได้ใช้ผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งอย่างแพร่หลาย
เหล่า”ผู้เชี่ยวชาญ”ได้ใช้งานวิจัยชิ้นนี้มาเป็นหลักฐานในการบอกประชาชนว่า มะเร็งมันเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว และการที่ใครก็ตามคิดว่า มะเร็งเพิ่มขึ้นเพราะผลิตภัณฑ์ตัวนี้ มันเป็นแค่เพียงทฤษฎีสมคบคิด
• ข้อมูลล่าสุดจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติของสหรัฐ https://seer.cancer.gov/ พบว่า อัตราของมะเร็งหลายชนิดในคนที่อายุต่ำกว่า 50 ได้เพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2021-2023 โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับอัตราการเพิ่มในไม่กี่ปีก่อนหน้านั้น (ภาพ 1) - มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง เพิ่มขึ้น 19.4%
- มะเร็งลำไส้เล็ก เพิ่มขึ้น 15.5%
- มะเร็งรังไข่ เพิ่มขึ้น 12.8%
- มะเร็งกระเพาะอาหาร เพิ่มขึ้น 7.3%
- มะเร็งเต้านมในสตรี เพิ่มขึ้น 3.6%
- เนื้องอกในสมองที่ไม่ใช่มะเร็ง เพิ่มขึ้น 19.5%
• หมายเหตุ – ภาพ 1 เป็นเพียงอัตราหยาบ เนื่องจากแต่ละจุดของข้อมูลนั้นเป็นรายปี นักสถิติในนามEthicalSkeptic ได้ติดตามอัตรามะเร็งรายสัปดาห์มาตลอด และพบว่า จุดหักเหของการพุ่งของอัตรามะเร็งในอเมริกา (ซึ่งเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์นี้ในเดือนธันวาคม 2020) นั้น อยู่ที่สัปดาห์ที่ 14 ของปี)
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ข้อความของ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, ฐานข้อมูล SEER ของ National Cancer Institute (สหรัฐฯ), และวารสาร American Association for Cancer Research (AACR)
