เดือดรัฐสภา!! ฝ่ายค้าน-สว. จับมือกดดัน “โสภณ” ส่งคำร้องถึงศาลฎีกา ปม ป.ป.ช.ยกคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม”
วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.42 น.
บรรยากาศทางการเมืองร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน พร้อมด้วย นางนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา และกลุ่ม สว.อิสระ ร่วมกันแถลงข่าวที่รัฐสภา เรียกร้องให้ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เร่งส่งคำร้องไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณียกคำร้องคดีซุกหุ้นของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านและสมาชิกวุฒิสภาได้เข้าชื่อยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญมาตรา 236 ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2569 โดยกล่าวหาว่า ป.ป.ช. อาจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากการมีมติยกคำร้องในคดีซุกหุ้นและการยื่นบัญชีทรัพย์สินของนายศักดิ์สยาม ซึ่งขณะนี้ผ่านมาแล้ว 33 วัน แต่ยังไม่มีความคืบหน้าในการส่งเรื่องต่อไปยังประธานศาลฎีกา
ฝ่ายค้านระบุว่า แม้กฎหมายไม่ได้กำหนดกรอบเวลาชัดเจน แต่ในอดีตกรณีการเข้าชื่อกล่าวหา ป.ป.ช. ในคดีรับสินบนทองคำ ใช้เวลาประมาณ 41 วัน จึงเห็นว่ากรณีนี้ไม่มีเหตุผลที่จะต้องล่าช้า และเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้
นายพริษฐ์ ย้ำว่า บทบาทของประธานรัฐสภาในขั้นตอนนี้ ไม่ใช่การวินิจฉัยว่ากรรมการ ป.ป.ช. กระทำผิดหรือไม่ แต่เพียงพิจารณาว่ามีเหตุอันควรสงสัยเพียงพอที่จะส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระหรือไม่ หากไม่ส่งเรื่องก็ต้องชี้แจงเหตุผลต่อสาธารณะ
ด้านนางนันทนา กล่าวว่า การปล่อยให้เรื่องล่าช้า อาจทำให้เกิดข้อสงสัยจากสังคม พร้อมเรียกร้องให้ดำเนินการตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญโดยเร็ว และระบุว่า หากมีการละเว้นหรือถ่วงเวลาจนไม่มีเหตุผลรองรับ อาจมีการพิจารณาประเด็นความรับผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเป็นเพียงข้อกล่าวอ้างและความเห็นทางกฎหมายของผู้แถลง ยังไม่ได้มีการวินิจฉัยจากศาล
ทั้งนี้ จนถึงขณะนี้ ประธานรัฐสภายังไม่ได้ชี้แจงต่อสาธารณะเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว และยังไม่มีการส่งคำร้องไปยังประธานศาลฎีกาตามที่ผู้ร้องเรียกร้อง
⸻
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: คำแถลงของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ นางนันทนา นันทวโรภาส และกลุ่ม สว.อิสระ ที่รัฐสภา วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 รวมถึงข้อมูลจากการรายงานของสื่อมวลชน
