ข่าวประจำวัน » เปิดกฎหมายคดีประวัติศาสตร์!! อดีตผู้พิพากษาอาวุโส ชี้ คณะผู้ไต่สวนอิสระเริ่มทำงาน คดีสินบนทองคำ 246 บาท เดินหน้าตามกลไกรัฐธรรมนูญ

เปิดกฎหมายคดีประวัติศาสตร์!! อดีตผู้พิพากษาอาวุโส ชี้ คณะผู้ไต่สวนอิสระเริ่มทำงาน คดีสินบนทองคำ 246 บาท เดินหน้าตามกลไกรัฐธรรมนูญ

7 July 2026
44   0

วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 วัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากศาลฎีกา ระบุว่าถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายครั้งประวัติศาสตร์ในกระบวนการยุติธรรมไทย 🇹🇭 กับคดีที่สังคมสปอตไลต์จับจ้องมากที่สุดอย่าง “คดีสินบนทองคำหนัก 246 บาท”

เมื่อ คณะผู้ไต่สวนอิสระ ที่แต่งตั้งโดยประธานศาลฎีกา ได้นัดหมายผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 ราย ซึ่งนำโดย นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล (บิ๊กโจ๊ก) อดีต รอง ผบ.ตร. กับพวก เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ณ ศาลฎีกา สนามหลวง 🏛️

หลายคนเห็นภาพข่าวแล้วอาจเข้าใจไปว่านี่คือ “การขึ้นศาล” หรือ “การเริ่มพิจารณาคดี” แล้ว… แต่ในความเป็นจริง “ยังไม่ใช่” ครับ! ❌ นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการแจ้งข้อกล่าวหาภายใต้ “กลไกพิเศษ” ที่กฎหมายดีไซน์มาเพื่อแก้ทางมวยล้มต้มคนดูโดยเฉพาะ!

🔍 เหตุใดจึงไม่ใช่ ป.ป.ช. เป็นผู้ไต่สวน?
โดยปกติแล้ว หากข้าราชการระดับสูงหรือนักการเมืองถูกกล่าวหาว่าทุจริต หน่วยงานหน้าเสื่อที่จะเข้ามาจัดการย่อมเป็น คณะกรรมการ ป.ป.ช.

แต่ความพีกของคดีนี้คือ… ผู้ถูกกล่าวหาดันเป็น “กรรมการ ป.ป.ช.” เสียเอง! 🤯

หากปล่อยให้ ป.ป.ช. ไต่สวนกรรมการในองค์กรตัวเอง ย่อมหลีกเลี่ยงข้อครหาเรื่อง “ผลประโยชน์ทับซ้อน” (Conflict of Interest) และความโปร่งใสได้ยาก รัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 จึงได้เปิดระบบเซฟตี้คัต ⚡ ตั้ง “คณะผู้ไต่สวนอิสระ” จำนวนไม่น้อยกว่า 7 คน (ในคดีนี้ตั้งมา 9 คน) ขึ้นมาทำหน้าที่แทน

🌟 ส่องโปรไฟล์ “ซูเปอร์บอร์ด” 9 อรหันต์ (ตามมาตรา 50 และ 51)
บุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่นี้ได้ กฎหมายกำหนดคุณสมบัติและสเปกไว้สูงลิบลิ่ว ต้องเป็นกลางทางการเมือง มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และเป็นผู้ทรงคุณวุฒิระดับบิ๊กเนมของประเทศ เและต้องมีคุณสมบัติที่สะท้อนถึงความเป็นที่สุดในสายวิชาชีพอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น:

⚖️ สายตุลาการและอัยการ: ต้องเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่า อธิบดีผู้พิพากษา หรืออธิบดีอัยการ มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี (ซึ่งในองค์คณะชุดนี้ บางท่านปัจจุบันเป็นรองประธานศาลฎีกา บางท่านเป็นผู้พิพากษาอาวุโสที่เคยดำรงตำแหน่งระดับท็อปอย่างผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา มาก่อน) รวมถึงอดีตรองอัยการสูงสุด

🏛️ สายบริหารราชการแผ่นดิน: ต้องเคยเป็นอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือเป็นผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ/หน่วยงานอื่นของรัฐ

🎓 สายวิชาการ: ต้องดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ของมหาวิทยาลัยในไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี และยังมีผลงานทางวิชาการเป็นที่ประจักษ์ (สอดคล้องกับศาสตราจารย์ด้านกฎหมายชั้นผู้ใหญ่ในองค์คณะชุดนี้)

💼 สายวิชาชีพและเอกชน: เป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่มีกฎหมายรับรองต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 20 ปี หรือเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมหาชนจำกัด (ด้านการบริหาร การเงิน การคลัง การบัญชี) มาไม่น้อยกว่า 10 ปี

การคัดสรรบุคคลที่เข้าเกณฑ์เหล่านี้มาถึง 9 ท่าน จึงเป็นการรวมตัวของระดับ “ครูบาอาจารย์และปรมาจารย์” เพื่อให้กระบวนการไต่สวนมีความศักดิ์สิทธิ์ เที่ยงธรรม และกดดันขั้นสุดชนิดที่หาจากบอร์ดไหนไม่ได้อีกแล้วครับ! 🔥

⚔️ คณะผู้ไต่สวนอิสระมีอำนาจเพียงใด?

ตาม มาตรา 53 กำหนดให้คณะผู้ไต่สวนอิสระมีอำนาจเต็มหน้าตักเช่นเดียวกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยอนุโลม ไม่ว่าจะเป็น:

🔎 รวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบข้อเท็จจริง

📜 เรียกพยานบุคคลมาไต่สวน

💰 เด็ดสุดคือ มาตรา 55: มีอำนาจสั่งให้ กรรมการ ป.ป.ช. ผู้ถูกกล่าวหา แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เพื่อนำมาตรวจสอบแบบขุดรากถอนโคน!

🛡️ เปิดสิทธิ “ผู้ถูกกล่าวหา” ในกระบวนการลับ

แม้ฝั่งผู้ไต่สวนจะมีดาบอาญาสิทธิ์ในมือ แต่กฎหมายไทยก็ยังคงให้สิทธิผู้ถูกกล่าวหาต่อสู้อย่างเป็นธรรมตามหลักสากล โดยกระบวนการแจ้งข้อกล่าวหาในขั้นตอนนี้จะเป็น “ความลับ” 🤫 เพื่อไม่ให้เกิดกระแสสังคมกดดัน ซึ่งผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิดังนี้:

👉 สิทธิเสนอพยานหลักฐาน เพื่อหักล้างข้อกล่าวหา (ข้อ 46 ของข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2562)

👉 สิทธินำทนายความเข้าฟังการชี้แจงข้อกล่าวหาหรือการให้ปากคำ (ข้อ 48)

💡 บันทึกจากห้องสอบสวน: ในนัดแรกนี้ “บิ๊กโจ๊ก” ได้ใช้เวลาอธิบายแจกแจงอย่างละเอียด และได้นัดยื่นหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาอีกครั้งใน วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ก่อนที่องค์คณะจะนัดไต่สวนอย่างเป็นทางการนัดแรกในวันที่ 27 สิงหาคม 2569

จากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้น

หลังจากรับฟังคำชี้แจงและรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว คณะผู้ไต่สวนอิสระจะจัดทำรายงานการไต่สวนข้อเท็จจริงและความเห็น ซึ่งต้องมีสาระสำคัญตามที่ข้อ 49 กำหนดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องมีเหตุผลในการวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย

  • หากเห็นว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้สั่งยุติเรื่อง และคำสั่งเป็นที่สุด
    (• หากเห็นว่าเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกา)
  • หากเห็นว่ามีพฤติการณ์เป็นความผิดอาญา ให้ส่งสำนวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาล (มาตรา 56 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560)

แล้วดำเนินการ
1.รายงานผลการไต่สวนข้อเท็จจริงต่อประธานศาลฎีกาโดยเร็ว

  1. แจ้งผลการไต่สวนข้อเท็จจริงให้ประธานรัฐสภาทราบ (ข้อ 52 ของข้อกำหนด)

⏱️ แกะกล่องไทม์ไลน์สายฟ้าแลบ (หลังอัยการสูงสุดรับเรื่อง)

หากคณะผู้ไต่สวนอิสระชี้มูลความผิดอาญา และส่งสำนวนให้ อัยการสูงสุด (อสส.) กฎหมายจะสั่ง “สับสปีด” ทันที โดยไม่มีการยืดเยื้อ:

Day 0: อัยการสูงสุดได้รับสำนวน 📑

ภายใน 60 วัน: อสส. ต้องยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 🏛️

กรณีจำเป็น: อสส. ขอขยายเวลาต่อประธานศาลฎีกาได้อีกไม่เกิน 30 วัน

⏰ รวมเวลาสูงสุดไม่เกิน 90 วันต้องฟ้องให้เสร็จ!

📊 ในขณะที่กระบวนการ ป.ป.ช. ปกติ อสส. มีเวลาพิจารณาสูงสุดถึง 180 วัน

🏁 ท้ายที่สุด… ยังเป็นผู้บริสุทธิ์
การปรากฏตัวและรับทราบข้อกล่าวหาของนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล (บิ๊กโจ๊ก) อดีต รอง ผบ.ตร. กับพวกในวันนี้ เป็นเพียง กระดานแรก ที่คณะผู้ไต่สวนอิสระเปิดริบบิ้น ของมหากาพย์กฎหมายชิ้นประวัติศาสตร์

ภายใต้หลัก Presumption of Innocence (การสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์) ผู้ถูกกล่าวหาทุกคนยังมีสิทธิรวบรวมพยานหลักฐานมาหักล้างอย่างเต็มที่ในชั้นไต่สวน และตราบใดที่ศาลฎีกาฯ ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ทุกคนยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมายครับ มาร่วมติดตามกันต่อในเดือนสิงหาคมนี้ว่า “ทองคำหนัก 246 บาท” จะนำพาทิศทางคดีนี้ไปจบลงที่ตรงไหน! ⚖️🎬

#คดีสินบนทองคำ #บิ๊กโจ๊ก #คณะผู้ไต่สวนอิสระ #ศาลฎีกา #กฎหมายน่ารู้ #ปปช #กระบวนการยุติธรรม #วัสติงสมิตร