วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520 เวลาช่วงบ่าย เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจครั้งใหญ่ที่ยังฝังอยู่ในความทรงจำของคนไทย เมื่อ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต สิ้นพระชนม์จากเหตุ เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ระดมยิง ระหว่างเสด็จปฏิบัติพระกรณียกิจในพื้นที่ภาคใต้
เหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณ ตำบลบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขณะพระองค์เสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เพื่อไปรับกำลังพลตำรวจตระเวนชายแดนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเหยียบกับระเบิดในพื้นที่ปฏิบัติการปราบปรามผู้ก่อการร้าย
ทันทีที่เฮลิคอปเตอร์เข้าสู่พื้นที่ กลุ่มผู้ก่อการร้ายได้เปิดฉากระดมยิงอย่างหนัก กระสุนจำนวนหนึ่งพุ่งเข้าใส่เครื่องบินพระที่นั่ง และกระสุนสังหารได้ถูกพระวรกายของพระองค์จนได้รับบาดเจ็บสาหัส
แม้จะทรงบาดเจ็บอย่างหนัก แต่คำบอกเล่าจากผู้ร่วมเหตุการณ์ระบุว่า พระองค์ยังทรงมีสติครบถ้วน และสิ่งแรกที่ทรงเป็นห่วง ไม่ใช่พระองค์เอง แต่คือชีวิตของตำรวจตระเวนชายแดนที่บาดเจ็บ
พระดำรัสที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศสะเทือนใจ คือ
“ตชด.เป็นอย่างไรบ้าง เอาออกมาได้หรือยัง ให้รีบไปส่งโรงพยาบาล”
และยังทรงรับสั่งอีกว่า
“อย่าให้พวกมันรู้ว่าฉันถูกยิง มันจะเหิมเกริม”
คำตรัสดังกล่าวสะท้อนพระจริยวัตรแห่งความกล้าหาญและการเสียสละอย่างถึงที่สุด
พยานผู้เห็นเหตุการณ์ยังเล่าว่า ก่อนสิ้นพระชนม์ พระองค์ตรัสขอถวายบังคมลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ผ่านผู้ติดตาม พร้อมตรัสถึงภาวะสงบสูงสุดว่า
“ทรงเห็นนิพพานแล้ว… แจ่มใสเหลือเกิน”
ถ้อยคำสุดท้ายนี้ กลายเป็นประโยคประวัติศาสตร์ที่ผู้คนกล่าวขานมาจนถึงปัจจุบัน
ภายหลังการสิ้นพระชนม์ ประเทศไทยตกอยู่ในบรรยากาศโศกเศร้าอย่างที่สุด ประชาชนทั่วประเทศต่างร่วมถวายความอาลัยต่อพระบรมวงศานุวงศ์ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประชาชนและเจ้าหน้าที่ชายแดน
ต่อมา วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2520 มีพระบรมราชโองการสถาปนา หม่อมเจ้าหญิงวิภาวดี รังสิต ขึ้นเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต เพื่อเชิดชูพระเกียรติยศและพระกรณียกิจอันยิ่งใหญ่
นอกจากนี้ พระนาม “วิภาวดีรังสิต” ยังถูกนำมาตั้งเป็นชื่อ ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งพระเกียรติคุณ จากเดิมที่ใช้ชื่อถนนซูเปอร์ไฮเวย์
สำหรับชาว อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี พระองค์ยังได้รับการขนานนามว่า “เจ้าแม่พระแสง” เพราะทรงนำความเจริญ การศึกษา และโครงการพัฒนาหลายด้านเข้าสู่พื้นที่ทุรกันดาร จนกลายเป็นที่รักอย่างลึกซึ้งของประชาชนในภาคใต้
แม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปี แต่เหตุการณ์วันนั้นยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงพระเสียสละอันยิ่งใหญ่ — พระองค์มิได้เพียงทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ หากแต่ทรงยอมแม้กระทั่งพระชนม์ชีพ เพื่อปกป้องผู้ใต้บังคับบัญชาและประชาชนของพระองค์
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: เอกสารประวัติพระกรณียกิจ, บันทึกเหตุการณ์ปี 2520, คำบอกเล่าผู้ร่วมเหตุการณ์
