วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.30 น. ประเด็นร้อนในวงการแพทย์ไทยปะทุขึ้นอีกครั้ง หลัง ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา แห่งศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข รวมถึงที่ปรึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ออกมาเปิดประเด็นผ่านเฟซบุ๊ก จี้ให้สังคมจับตา “ช่องโหว่ทางกฎหมาย” ในการใช้คำนำหน้าวิชาชีพแพทย์
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ระบุชัดว่า ปัญหาไม่ได้อยู่แค่การเปิด คณะแพทยศาสตร์แห่งใหม่ เท่านั้น แต่ยังมีประเด็นสำคัญที่สังคมควรตั้งคำถามอย่างจริงจัง คือ บุคคลที่จบปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิต แต่ยังสอบ National License (NL) ไม่ผ่าน หรือไม่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ยังมีผล (Valid License) ควรมีสิทธิใช้คำนำหน้า “นายแพทย์ (นพ.)” หรือ “แพทย์หญิง (พญ.)” หรือไม่
ประเด็นนี้โยงตรงไปยัง มาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งถูกตีความมายาวนานว่า ผู้ที่สำเร็จการศึกษาปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิตสามารถใช้คำนำหน้า นพ. หรือ พญ. ได้ แม้ยังไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอย่างสมบูรณ์
นี่เองที่ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ มองว่าเป็น “ช่องโหว่ขนาดใหญ่” ที่อาจกลายเป็นปัญหาร้ายแรงในอนาคต
“หากหลักสูตรไม่มีคุณภาพเพียงพอ นักศึกษาบางแห่งอาจสอบ NL ไม่ผ่านหลายรอบ แม้ไม่มีสิทธิรักษาผู้ป่วย แต่ยังใช้คำว่า นพ. หรือ พญ. ได้ตามกฎหมายเดิม”
คำเตือนนี้สะท้อนความกังวลต่อมาตรฐานวิชาชีพแพทย์โดยตรง เพราะในความเข้าใจของประชาชนทั่วไป คำนำหน้า “หมอ” มักถูกตีความว่า บุคคลนั้น มีสิทธิรักษาผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ในข้อเท็จจริงอาจไม่ใช่เสมอไป
ย้อนดูอดีต ระบบการสอบ National License (NL) ถูกออกแบบให้เป็น “ด่านสุดท้าย” ก่อนรับใบประกอบวิชาชีพ เพื่อคัดกรองคุณภาพบัณฑิตแพทย์ทั่วประเทศให้ได้มาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจบจากมหาวิทยาลัยรัฐหรือเอกชน
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของสถาบันผลิตแพทย์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้คำถามเรื่อง คุณภาพหลักสูตร การรับรองมาตรฐาน และความพร้อมของสถาบัน กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองมากขึ้น
นักวิชาการหลายฝ่ายมองว่า หากไม่แก้กฎหมายให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน อาจเกิดภาวะ “ประชาชนสับสนระหว่างผู้จบแพทย์กับผู้มีใบประกอบวิชาชีพจริง” ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นของระบบสาธารณสุขทั้งระบบ
ข้อเสนอของ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ จึงไม่ใช่เพียงการแก้ถ้อยคำทางกฎหมาย แต่คือการตั้งคำถามต่อ มาตรฐานวิชาชีพ ความปลอดภัยผู้ป่วย และศรัทธาของประชาชนต่อระบบแพทย์ไทย
งานนี้จึงอาจไม่ใช่แค่ “ประเด็นเล็กในวงการแพทย์” แต่คือ ระเบิดเวลาทางกฎหมาย ที่อาจต้องได้รับการทบทวนอย่างจริงจังในระดับนโยบาย
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 มาตรา 27, โพสต์เฟซบุ๊ก ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา (3 ก.ค. 2569)
