วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.45 น. เจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่เข้าทลายเครือข่ายขบวนการสวมสิทธิออก บัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรเลข 0) ในพื้นที่ อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังพบการทุจริตเชิงขบวนการที่เกี่ยวพันทั้งนายหน้า เจ้าบ้าน และเจ้าหน้าที่รัฐ
การปฏิบัติการครั้งนี้นำไปสู่การออก หมายจับรวม 17 ราย ประกอบด้วย
อดีตปลัดอำเภอดอนสัก 1 ราย
อดีตลูกจ้างฝ่ายทะเบียนอำเภอดอนสัก 1 ราย
เจ้าบ้านผู้รับรอง 3 ราย
ชาวโรฮิงญาผู้สวมสิทธิ 12 ราย
โดยล่าสุดยังมีผู้ต้องหาหลบหนีอีก 6 ราย
เบื้องลึก ขบวนการฟอกสถานะ 240 คน
ต้นเรื่องเริ่มจากช่วงต้นปี 2569 เมื่อมีประชาชนร้องเรียนถึงปัญหาชาวโรฮิงญาที่เข้ามาก่อเหตุผิดกฎหมายในพื้นที่ และพบว่าหลายคนถือ บัตรเลข 0 อย่างผิดสังเกต
หลังจากนั้น กรมการปกครอง โดยชุดต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน DOPA N.I.C.E. เข้าตรวจสอบเชิงลึก ก่อนพบความผิดปกติสำคัญว่า อดีตปลัดอำเภอรายหนึ่ง ซึ่งเคยทำหน้าที่ ผู้ช่วยนายทะเบียน ร่วมกับพวก จัดทำบัญชีบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน และออกบัตรให้บุคคลต่างด้าวจำนวนมหาศาล
เฉพาะช่วง ปี 2564–2566 มีการออกบัตรเลข 0 สูงถึง 240 ราย
เงินสะพัด 15 ล้าน! นายหน้า-เจ้าบ้านร่วมวง
จากการสืบสวนพบว่า เครือข่ายนี้แบ่งบทบาทชัดเจนเป็น 2 กลุ่มหลัก
- กลุ่มนายหน้า
ทำหน้าที่หา “เจ้าบ้าน” เพื่อรับรองบุคคลต่างด้าวให้เข้าอยู่ในทะเบียนบ้าน
เจ้าบ้านจะได้รับค่าตอบแทนประมาณ 1,000–2,000 บาทต่อหัว
ขณะเดียวกัน เครือข่ายยังเรียกเก็บเงินจากผู้ต้องการทำบัตรเลข 0 เป็นจำนวนมาก
มูลค่าความเสียหายรวมเบื้องต้นสูงกว่า 15 ล้านบาท
- กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ
เป็นกลุ่มที่ถูกมองว่าอันตรายที่สุด เพราะมีการใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์โดยตรง
ประกอบด้วย
เจ้าหน้าที่ทะเบียน 1 ราย
ปลัดอำเภอ 1 ราย
ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการออกบัตรให้ผ่านระบบ
อันตรายกว่าที่คิด! บัตรหัวศูนย์กลายเป็นเกราะกันจับ
ประเด็นสำคัญที่ทำให้คดีนี้ถูกจับตาอย่างหนัก คือ เมื่อบุคคลต่างด้าวได้รับ บัตรหัวศูนย์ แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่สามารถดำเนินคดีฐาน หลบหนีเข้าเมือง ได้โดยตรง
เพราะในเอกสารระบุสถานะว่าเป็นบุคคล อยู่ระหว่างรอพิสูจน์สัญชาติ
ช่องโหว่นี้ทำให้ขบวนการสามารถ “ฟอกสถานะ” ผู้ลักลอบเข้าเมืองได้แทบสมบูรณ์
ลุกลามเป็นอาณาจักรใต้ดิน
เจ้าหน้าที่พบว่า หลังได้รับสถานะผ่านบัตรดังกล่าว กลุ่มโรฮิงญาบางส่วนเริ่มรวมตัวกันเป็นชุมชนขนาดใหญ่
มีการตั้งโครงสร้างการปกครองกันเอง คล้ายมี หัวหน้ากลุ่ม หรือผู้ใหญ่บ้านเถื่อน
ยิ่งไปกว่านั้น ยังพบพฤติกรรมรุนแรงภายในเครือข่าย เช่น
ข่มขู่รีดไถ
กรรโชกทรัพย์
เรียกค่าไถ่จากคนชาติเดียวกัน
ใช้อาวุธปืนทำร้ายร่างกาย
เจ้าหน้าที่ประเมินว่า คดีนี้อาจเชื่อมโยงถึง ขบวนการค้ามนุษย์ และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติขนาดใหญ่
ขณะนี้การสอบสวนยังเดินหน้าขยายผล เพื่อตามล่าผู้เกี่ยวข้องที่อาจอยู่เบื้องหลังการออกบัตรเถื่อนล็อตใหญ่ดังกล่าว
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: กรมการปกครอง, DOPA N.I.C.E., รายงานสืบสวนฝ่ายความมั่นคง
#วิหคนิวส์ #บัตรหัวศูนย์ #โรฮิงญา #ดอนสัก #สุราษฎร์ธานี #ค้ามนุษย์ #ข่าวอาชญากรรม #กรมการปกครอง




