วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 21.10 น.
เกิดแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในวงการธุรกิจและรัฐวิสาหกิจของลาว หลัง ศาลประชาชนนครหลวงเวียงจันทน์ มีคำพิพากษาคดีคอร์รัปชันครั้งสำคัญ สั่งลงโทษจำคุกตลอดชีวิตจำเลยอย่างน้อย 10 ราย จากทั้งหมด 17 ราย ใน 4 คดีทุจริตใหญ่ที่เกี่ยวพันกับหน่วยงานรัฐระดับประเทศ
หนึ่งในผู้ถูกตัดสินคือ นายอภิชาติ วรรณกุล นักธุรกิจชาวไทย ซึ่งถูกศาลพิพากษาในคดีทุจริตเกี่ยวกับโครงการไฟฟ้าพลังน้ำของ การไฟฟ้าลาว (EDL) ร่วมกับอดีตผู้บริหารระดับสูงขององค์กรอีก 4 ราย
ปมโกงใหญ่! โครงการไฟฟ้าพลังน้ำเสียหายกว่า 800 ล้าน
ตามรายงานของ The Laotian Times คดีที่สร้างความเสียหายสูงที่สุด คือการทุจริตในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำของ EDL แม้ศาลยังไม่เปิดเผยชื่อโครงการอย่างเป็นทางการ
ศาลระบุว่าจำเลยมีความผิดฐาน
- รับสินบน
- ยักยอกทรัพย์สินของรัฐ
- ใช้อำนาจโดยมิชอบ
- ฉ้อโกง
- ปลอมแปลงเอกสาร
ความเสียหายรวมสูงถึง 24.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 813 ล้านบาท
ยึดทรัพย์หนัก! ที่ดิน 11 แปลง บัญชี 10 บัญชี
นอกจากโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้ว ศาลยังสั่งให้ นายอภิชาติ ชดใช้ค่าเสียหายแก่ EDL เต็มจำนวน
พร้อมสั่งยึดทรัพย์สินจำนวนมาก ได้แก่
- บัญชีธนาคาร 10 บัญชี
- ที่ดิน 11 แปลง
- รถยนต์ 1 คัน
หากทรัพย์สินยังไม่เพียงพอ ศาลมีคำสั่งให้ขยายผลยึดทรัพย์ของอดีตผู้บริหาร EDL ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
รวมถึงยึดเงินสินบนกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 33 ล้านบาท คืนให้รัฐ
ไม่ใช่แค่ EDL! ลามถึงแบงก์ชาติ-ต่างประเทศ
คดีคอร์รัปชันชุดนี้ไม่ได้กระทบเฉพาะภาคพลังงาน
ศาลยังมีคำพิพากษากับอดีตเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานสำคัญ ได้แก่
- กระทรวงการต่างประเทศลาว
- สำนักงานตรวจสอบแห่งรัฐ
- Bank of the Lao PDR
- ธนาคารส่งเสริมการเกษตร
จำเลยรายอื่นได้รับโทษตั้งแต่ 2–12 ปี พร้อมคำสั่งชดใช้ค่าเสียหายและยึดทรัพย์
ย้อนอดีต ลาวเดินหน้าล้างบางคอร์รัปชัน
การพิพากษาครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการปราบโกงครั้งใหญ่ของรัฐบาลลาว
สำนักงานตรวจสอบแห่งรัฐของลาวเปิดเผยว่า ช่วงปี 2021–2025 ตรวจพบผู้เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตมากถึง 334 คน และส่งเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีแล้ว 86 คน
นักวิเคราะห์มองว่า คำพิพากษารอบนี้ส่งสัญญาณชัดว่า ทางการลาวกำลังใช้มาตรการเด็ดขาดกับคดีคอร์รัปชัน โดยเฉพาะคดีที่กระทบงบประมาณรัฐและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
คดีนี้จึงถูกจับตาว่าอาจเป็น จุดเปลี่ยนสำคัญของการปราบคอร์รัปชันในลุ่มน้ำโขง
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: สำนักข่าว TODAY, The Laotian Times
