ข่าวประจำวัน » โอ้โห! งานเข้า “รักชนก” เรืองไกรยื่น ป.ป.ช. ลุยสอบบัญชีทรัพย์สิน มีพิรุธหลายจุด หลังจี้ทุจริต ลูกเนวิน

โอ้โห! งานเข้า “รักชนก” เรืองไกรยื่น ป.ป.ช. ลุยสอบบัญชีทรัพย์สิน มีพิรุธหลายจุด หลังจี้ทุจริต ลูกเนวิน

21 June 2026
84   0

วันที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลา 14:20 น.

ประเด็นร้อนทางการเมืองกลับมาปะทุอีกครั้ง เมื่อ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS ถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ นางสาวรักชนก ศรีนอก อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ว่ามีการยื่นข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบหรือไม่

นายเรืองไกรระบุว่า การยื่นคำร้องครั้งนี้อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 114 ซึ่งครอบคลุมกรณีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือมีพฤติการณ์ที่อาจส่อเจตนาไม่แสดงที่มาของทรัพย์สินหรือหนี้สิน

จากการตรวจสอบเปรียบเทียบบัญชีทรัพย์สินของ น.ส.รักชนก ระหว่างวันเข้ารับตำแหน่ง สส. เมื่อ 4 กรกฎาคม 2566 และวันพ้นจากตำแหน่ง 12 ธันวาคม 2568 พบประเด็นน่าสงสัยหลายจุด

ประเด็นแรกคือ รายได้เงินเดือน สส. ที่แจ้งล่าสุดอยู่ที่ 1,200,000 บาท ซึ่งต่ำกว่ารายได้ที่เคยแจ้งไว้ก่อนหน้านี้ ขณะที่รายได้จากเบี้ยประชุม ซึ่งเคยแจ้งไว้ 153,600 บาท กลับไม่ปรากฏในบัญชีล่าสุด ทั้งที่ยังมีบทบาทในกรรมาธิการ

อีกประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกตคือ รายจ่ายเงินบริจาคให้พรรคประชาชน ซึ่งแจ้งไว้เพียง 36,000 บาท แต่ข้อมูลการบริจาคที่แจ้งต่อ กกต. กลับปรากฏว่ามีการบริจาค 2 ครั้ง รวม 203,000 บาท ในเดือนกันยายน 2568 ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจมีการแจ้งข้อมูลไม่ครบถ้วน

นอกจากนี้ รายการทรัพย์สินอื่นยังเพิ่มขึ้นจาก 733 รายการ เป็น 967 รายการ หรือเพิ่มขึ้น 234 รายการ คิดเป็นมูลค่าเพิ่ม 85,484 บาท แต่ไม่พบรายการรายจ่ายที่อธิบายแหล่งที่มาของทรัพย์สินดังกล่าว

ส่วนรายการหนี้สินก็เป็นอีกจุดที่ถูกจับตา โดยเฉพาะหนี้จากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ปรากฏวันทำสัญญา และไม่ระบุวงเงินกู้เดิมอย่างชัดเจน แต่กลับแสดงยอดหนี้คงเหลือไว้ 146,070 บาท ทำให้ถูกตั้งคำถามถึงที่มาของหนี้ดังกล่าว

รวมถึงหนี้สินอีก 2 รายการ ที่ยอดหนี้คงเหลือสูงกว่าวงเงินกู้ตามสัญญา จนนำไปสู่ข้อสงสัยว่ามีดอกเบี้ย ค่าปรับ หรือภาระผูกพันอื่นใดเพิ่มเติมหรือไม่

นายเรืองไกรระบุเพิ่มเติมว่า ป.ป.ช. ควรตรวจสอบอย่างละเอียดตามบรรทัดฐานที่เคยดำเนินคดีต่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรายอื่น โดยยกตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขแดงที่ อม.46/2568 ซึ่งมีการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิตในกรณีจงใจไม่ยื่นหรือปกปิดบัญชีทรัพย์สิน

นายเรืองไกรกล่าวทิ้งท้ายว่า การตรวจสอบครั้งนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะกรณีของ น.ส.รักชนก เท่านั้น แต่ยังมีอดีต สส. และรัฐมนตรีอีกจำนวนมากที่ควรถูกตรวจสอบเช่นกัน เพราะบัญชีทรัพย์สินของหลายรายมีข้อสังเกตที่สังคมควรได้รับคำตอบอย่างโปร่งใส

ขณะนี้จึงต้องจับตาว่า ป.ป.ช. จะรับคำร้องไว้ตรวจสอบอย่างเป็นทางการหรือไม่ และหากพบมูลความผิด อาจนำไปสู่ผลทางกฎหมายที่รุนแรงต่อผู้ถูกร้องในอนาคต

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: คำแถลงนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ / สำนักงาน ป.ป.ช.

#เรืองไกร #รักชนก #ปปช #บัญชีทรัพย์สิน #การเมืองไทย #วิหคนิวส์