สกู๊ปข่าว » G7 ตรึงระเบียบโลกเดิม ?หรือเร่งให้โลกแบ่งขั้วเร็วขึ้น?

G7 ตรึงระเบียบโลกเดิม ?หรือเร่งให้โลกแบ่งขั้วเร็วขึ้น?

20 June 2026
46   0

ผู้นำ G7 ประชุมท่ามกลางสงคราม ความขัดแย้งทางการค้า หนี้สาธารณะ และการแข่งขันด้านเทคโนโลยี
ขณะที่โลกกำลังเปลี่ยนจากระบบขั้วเดียวสู่หลายขั้วอย่างชัดเจน

วิเคราะห์พิเศษ : G7
🇺🇸 สหรัฐอเมริกา🇬🇧 สหราชอาณาจักร (อังกฤษ)🇯🇵 ญี่ปุ่น🇩🇪 เยอรมนี🇫🇷 ฝรั่งเศส🇮🇹 อิตาลี🇨🇦 แคนาดา
ในมุมมอง REMORA

รายงานโดย ดุลย์ จุลกะเศียน
นักวิเคราะห์ สำนักข่าววิหคนิวส์

การประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 ในปีนี้ ไม่ใช่เพียงการประชุมทางเศรษฐกิจตามปกติ

แต่เป็นการประชุมภายใต้บริบทที่โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น

ในอดีต G7 เคยเป็นศูนย์กลางอำนาจเศรษฐกิจโลกอย่างแท้จริง แต่ปัจจุบันสัดส่วน GDP โลกของประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะจีน อินเดีย และกลุ่ม BRICS กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บทบาทของ G7 ไม่ได้มีอำนาจนำแบบเบ็ดเสร็จเหมือนในอดีตอีกต่อไป

สิ่งที่ G7 กำลังเผชิญจึงไม่ใช่เพียงปัญหาเศรษฐกิจ

แต่เป็นคำถามเชิงยุทธศาสตร์ว่า

“โลกในอนาคตจะยังอยู่ภายใต้กติกาเดิมหรือไม่”

REMORA Layer 1 : Macro Regime

หากมองผ่านกรอบ REMORA โลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจาก

Unipolar World
(โลกขั้วเดียวที่สหรัฐฯ เป็นศูนย์กลาง)

ไปสู่

Multipolar World
(โลกหลายขั้วอำนาจ)

ซึ่งประกอบด้วย

  • สหรัฐอเมริกา
  • จีน
  • อินเดีย
  • รัสเซีย
  • กลุ่มตะวันออกกลาง
  • กลุ่ม BRICS

การประชุม G7 จึงเป็นความพยายามรักษาเสถียรภาพของระเบียบโลกเดิม ท่ามกลางแรงกดดันจากอำนาจใหม่ที่กำลังเติบโต

REMORA Layer 2 : Capital Flow

เงินทุนโลกเริ่มมีพฤติกรรมใหม่

ในอดีต

เงินทุนส่วนใหญ่ไหลเข้าสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น

แต่ปัจจุบัน

เงินทุนบางส่วนเริ่มไหลไปยัง

  • อินเดีย
  • ซาอุดีอาระเบีย
  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  • เวียดนาม
  • อินโดนีเซีย
  • บราซิล

สะท้อนว่าศูนย์กลางการเติบโตของโลกเริ่มกระจายตัว

G7 จึงต้องแข่งขันเพื่อรักษาความสามารถในการดึงดูดเงินทุน เทคโนโลยี และบุคลากรคุณภาพสูง

REMORA Layer 3 : Technology War

ประเด็นสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการประชุมครั้งนี้คือ

สงครามเทคโนโลยี

โดยเฉพาะ

  • AI
  • Semiconductor
  • Quantum Computing
  • Cyber Security
  • Space Technology

หลายประเทศใน G7 กำลังเร่งสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาจีน

ขณะเดียวกัน จีนเองก็เร่งพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาตะวันตกเช่นกัน

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจึงไม่ใช่สงครามการค้าแบบเดิม

แต่เป็นการแข่งขันเพื่อครอบครองเทคโนโลยีแห่งศตวรรษที่ 21

REMORA Layer 4 : Energy & Geopolitics

สงครามรัสเซีย-ยูเครน

ความขัดแย้งตะวันออกกลาง

และความตึงเครียดในทะเลจีนใต้

ทำให้พลังงานกลับมาเป็นอาวุธทางภูมิรัฐศาสตร์อีกครั้ง

G7 พยายามลดความเสี่ยงด้านพลังงานผ่าน

  • พลังงานสะอาด
  • LNG
  • นิวเคลียร์รุ่นใหม่
  • ห่วงโซ่อุปทานแร่หายาก

แต่ในความเป็นจริง โลกยังคงพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในระดับสูง

ทำให้ความมั่นคงด้านพลังงานยังเป็นหนึ่งในโจทย์ใหญ่ของโลก

REMORA Game State Assessment

Positive-Sum Game

หาก G7 สามารถร่วมมือกับประเทศกำลังพัฒนา

เปิดการค้า

ส่งเสริมการลงทุน

และสร้างระบบเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้

เศรษฐกิจโลกอาจขยายตัวร่วมกัน

Zero-Sum Game

หากการแข่งขันทางเศรษฐกิจรุนแรงขึ้น

แต่ยังไม่ถึงขั้นแตกหัก

จะเกิดการแบ่งตลาด แบ่งห่วงโซ่อุปทาน และแบ่งอิทธิพลทางเศรษฐกิจ

ผู้ชนะบางประเทศจะเติบโตเร็วกว่าประเทศอื่น

Negative-Sum Game

หากความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจรุนแรงขึ้น

เกิดสงครามการค้า

สงครามเทคโนโลยี

หรือความขัดแย้งทางทหารเพิ่มเติม

ทุกฝ่ายอาจได้รับผลกระทบพร้อมกัน

แม้จะไม่มีผู้แพ้อย่างชัดเจน

แต่โลกทั้งระบบจะเติบโตช้าลง

มุมมองวิหคนิวส์

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของการประชุม G7 ไม่ใช่ถ้อยแถลงร่วม

แต่คือสัญญาณว่าผู้นำโลกกำลังรับรู้ตรงกันว่า

โลกยุคหลังปี 2030 จะไม่เหมือนเดิม

การแข่งขันในอนาคตจะไม่ใช่เพียงเรื่อง GDP

แต่เป็นการแข่งขันเพื่อครอบครอง

  • เทคโนโลยี
  • พลังงาน
  • ข้อมูล
  • โครงสร้างพื้นฐาน
  • ทรัพยากรมนุษย์

และผู้ที่สามารถควบคุมปัจจัยเหล่านี้ได้

อาจกลายเป็นผู้กำหนดกติกาโลกยุคใหม่

บทสรุปแนว REMORA

G7 ไม่ได้กำลังต่อสู้เพื่อแก้ปัญหาระยะสั้น

แต่กำลังต่อสู้เพื่อรักษาบทบาทผู้นำของระเบียบโลกเดิม

ขณะที่กลุ่มอำนาจใหม่กำลังพยายามสร้างระเบียบโลกทางเลือกของตนเอง

ดังนั้นสิ่งที่นักลงทุน นักธุรกิจ และประชาชนควรติดตาม ไม่ใช่เพียงผลประชุม G7

แต่คือการเคลื่อนย้ายของ

เงินทุน เทคโนโลยี พลังงาน และอำนาจทางภูมิรัฐศาสตร์

เพราะสิ่งเหล่านี้คือ “กระแสน้ำใหญ่” ที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกในอีกหลายสิบปีข้างหน้า

ซึ่งสอดคล้องกับหลัก REMORA ที่เน้นการอ่าน “Probability Shift” จากโครงสร้างและกระแสเงินทุน มากกว่าการคาดการณ์เหตุการณ์แบบฟันธง

รายงานโดย
ดุลย์ จุลกะเศียน
นักวิเคราะห์ สำนักข่าววิหคนิวส์

แฮชแท็ก

G7 #เศรษฐกิจโลก #ภูมิรัฐศาสตร์ #สงครามเทคโนโลยี #AI #BRICS #สหรัฐอเมริกา #จีน #อินเดีย #พลังงานโลก #REMORA #ProbabilityShift #วิหคนิวส์ #ดุลย์จุลกะเศียน #ข่าววิเคราะห์ #เศรษฐกิจการเมือง #ระเบียบโลกใหม่ #MultipolarWorld #GlobalStrategy #WorldOrder