ผู้นำ G7 ประชุมท่ามกลางสงคราม ความขัดแย้งทางการค้า หนี้สาธารณะ และการแข่งขันด้านเทคโนโลยี
ขณะที่โลกกำลังเปลี่ยนจากระบบขั้วเดียวสู่หลายขั้วอย่างชัดเจน
วิเคราะห์พิเศษ : G7
🇺🇸 สหรัฐอเมริกา🇬🇧 สหราชอาณาจักร (อังกฤษ)🇯🇵 ญี่ปุ่น🇩🇪 เยอรมนี🇫🇷 ฝรั่งเศส🇮🇹 อิตาลี🇨🇦 แคนาดา
ในมุมมอง REMORA
รายงานโดย ดุลย์ จุลกะเศียน
นักวิเคราะห์ สำนักข่าววิหคนิวส์
การประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 ในปีนี้ ไม่ใช่เพียงการประชุมทางเศรษฐกิจตามปกติ
แต่เป็นการประชุมภายใต้บริบทที่โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น
ในอดีต G7 เคยเป็นศูนย์กลางอำนาจเศรษฐกิจโลกอย่างแท้จริง แต่ปัจจุบันสัดส่วน GDP โลกของประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะจีน อินเดีย และกลุ่ม BRICS กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บทบาทของ G7 ไม่ได้มีอำนาจนำแบบเบ็ดเสร็จเหมือนในอดีตอีกต่อไป
สิ่งที่ G7 กำลังเผชิญจึงไม่ใช่เพียงปัญหาเศรษฐกิจ
แต่เป็นคำถามเชิงยุทธศาสตร์ว่า
“โลกในอนาคตจะยังอยู่ภายใต้กติกาเดิมหรือไม่”
REMORA Layer 1 : Macro Regime
หากมองผ่านกรอบ REMORA โลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจาก
Unipolar World
(โลกขั้วเดียวที่สหรัฐฯ เป็นศูนย์กลาง)
ไปสู่
Multipolar World
(โลกหลายขั้วอำนาจ)
ซึ่งประกอบด้วย
- สหรัฐอเมริกา
- จีน
- อินเดีย
- รัสเซีย
- กลุ่มตะวันออกกลาง
- กลุ่ม BRICS
การประชุม G7 จึงเป็นความพยายามรักษาเสถียรภาพของระเบียบโลกเดิม ท่ามกลางแรงกดดันจากอำนาจใหม่ที่กำลังเติบโต
REMORA Layer 2 : Capital Flow
เงินทุนโลกเริ่มมีพฤติกรรมใหม่
ในอดีต
เงินทุนส่วนใหญ่ไหลเข้าสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น
แต่ปัจจุบัน
เงินทุนบางส่วนเริ่มไหลไปยัง
- อินเดีย
- ซาอุดีอาระเบีย
- สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- เวียดนาม
- อินโดนีเซีย
- บราซิล
สะท้อนว่าศูนย์กลางการเติบโตของโลกเริ่มกระจายตัว
G7 จึงต้องแข่งขันเพื่อรักษาความสามารถในการดึงดูดเงินทุน เทคโนโลยี และบุคลากรคุณภาพสูง
REMORA Layer 3 : Technology War
ประเด็นสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการประชุมครั้งนี้คือ
สงครามเทคโนโลยี
โดยเฉพาะ
- AI
- Semiconductor
- Quantum Computing
- Cyber Security
- Space Technology
หลายประเทศใน G7 กำลังเร่งสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาจีน
ขณะเดียวกัน จีนเองก็เร่งพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาตะวันตกเช่นกัน
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจึงไม่ใช่สงครามการค้าแบบเดิม
แต่เป็นการแข่งขันเพื่อครอบครองเทคโนโลยีแห่งศตวรรษที่ 21
REMORA Layer 4 : Energy & Geopolitics
สงครามรัสเซีย-ยูเครน
ความขัดแย้งตะวันออกกลาง
และความตึงเครียดในทะเลจีนใต้
ทำให้พลังงานกลับมาเป็นอาวุธทางภูมิรัฐศาสตร์อีกครั้ง
G7 พยายามลดความเสี่ยงด้านพลังงานผ่าน
- พลังงานสะอาด
- LNG
- นิวเคลียร์รุ่นใหม่
- ห่วงโซ่อุปทานแร่หายาก
แต่ในความเป็นจริง โลกยังคงพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในระดับสูง
ทำให้ความมั่นคงด้านพลังงานยังเป็นหนึ่งในโจทย์ใหญ่ของโลก
REMORA Game State Assessment
Positive-Sum Game
หาก G7 สามารถร่วมมือกับประเทศกำลังพัฒนา
เปิดการค้า
ส่งเสริมการลงทุน
และสร้างระบบเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้
เศรษฐกิจโลกอาจขยายตัวร่วมกัน
Zero-Sum Game
หากการแข่งขันทางเศรษฐกิจรุนแรงขึ้น
แต่ยังไม่ถึงขั้นแตกหัก
จะเกิดการแบ่งตลาด แบ่งห่วงโซ่อุปทาน และแบ่งอิทธิพลทางเศรษฐกิจ
ผู้ชนะบางประเทศจะเติบโตเร็วกว่าประเทศอื่น
Negative-Sum Game
หากความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจรุนแรงขึ้น
เกิดสงครามการค้า
สงครามเทคโนโลยี
หรือความขัดแย้งทางทหารเพิ่มเติม
ทุกฝ่ายอาจได้รับผลกระทบพร้อมกัน
แม้จะไม่มีผู้แพ้อย่างชัดเจน
แต่โลกทั้งระบบจะเติบโตช้าลง
มุมมองวิหคนิวส์
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของการประชุม G7 ไม่ใช่ถ้อยแถลงร่วม
แต่คือสัญญาณว่าผู้นำโลกกำลังรับรู้ตรงกันว่า
โลกยุคหลังปี 2030 จะไม่เหมือนเดิม
การแข่งขันในอนาคตจะไม่ใช่เพียงเรื่อง GDP
แต่เป็นการแข่งขันเพื่อครอบครอง
- เทคโนโลยี
- พลังงาน
- ข้อมูล
- โครงสร้างพื้นฐาน
- ทรัพยากรมนุษย์
และผู้ที่สามารถควบคุมปัจจัยเหล่านี้ได้
อาจกลายเป็นผู้กำหนดกติกาโลกยุคใหม่
บทสรุปแนว REMORA
G7 ไม่ได้กำลังต่อสู้เพื่อแก้ปัญหาระยะสั้น
แต่กำลังต่อสู้เพื่อรักษาบทบาทผู้นำของระเบียบโลกเดิม
ขณะที่กลุ่มอำนาจใหม่กำลังพยายามสร้างระเบียบโลกทางเลือกของตนเอง
ดังนั้นสิ่งที่นักลงทุน นักธุรกิจ และประชาชนควรติดตาม ไม่ใช่เพียงผลประชุม G7
แต่คือการเคลื่อนย้ายของ
เงินทุน เทคโนโลยี พลังงาน และอำนาจทางภูมิรัฐศาสตร์
เพราะสิ่งเหล่านี้คือ “กระแสน้ำใหญ่” ที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกในอีกหลายสิบปีข้างหน้า
ซึ่งสอดคล้องกับหลัก REMORA ที่เน้นการอ่าน “Probability Shift” จากโครงสร้างและกระแสเงินทุน มากกว่าการคาดการณ์เหตุการณ์แบบฟันธง
รายงานโดย
ดุลย์ จุลกะเศียน
นักวิเคราะห์ สำนักข่าววิหคนิวส์
