วันที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 18.44 น.
คดีการเสียชีวิตของ “แตงโม นิดา” กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง หลัง นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ยื่นหลักฐานชุดใหม่กว่า 1,300 หน้า ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมตั้งข้อสงสัยครั้งใหญ่ ว่าแตงโมอาจไม่ได้อยู่บนเรือสปีดโบ๊ทตั้งแต่ก่อนเวลาที่สำนวนเดิมระบุว่าเกิดเหตุพลัดตกน้ำ
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายปานเทพ พร้อมคณะทำงานภาคประชาชนและทีมผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล แถลงเปิดข้อมูลชุดใหม่ โดยระบุว่า หลักฐานที่นำมายื่นในครั้งนี้ประกอบด้วยข้อมูลวิทยาศาสตร์ พิกัดดาวเทียม การวิเคราะห์ภาพจากกล้องวงจรปิด และข้อมูลดิจิทัลจากโทรศัพท์มือถือหลายเครื่อง ซึ่งมีรายละเอียดรวมกว่า 1,300 หน้า
นายปานเทพเปิดเผยว่า การตรวจสอบเชิงลึกพบข้อขัดแย้งสำคัญหลายจุดในสำนวนเดิม โดยเฉพาะช่วงเวลาการหายตัวของแตงโม ซึ่งทีมงานเชื่อว่าแตงโมหายไปจากเรือตั้งแต่เวลา 20.36 น. ไม่ใช่ช่วงเวลา 22.34 น. ตามที่ปรากฏในสำนวนคดีเดิม
เหตุผลสำคัญคือ หลังเวลา 20.36 น. เป็นต้นไป ไม่พบภาพถ่ายเดี่ยวของแตงโมในโทรศัพท์มือถือของเจ้าตัว หรือในโทรศัพท์ของบุคคลบนเรือแม้แต่ภาพเดียว ทั้งที่ก่อนหน้านั้นนักแสดงสาวมีพฤติกรรมถ่ายภาพต่อเนื่องตลอดการล่องเรือ
ประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนมากที่สุด คือผลการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณสะพานซังฮี้ ซึ่งทีมวิเคราะห์ภาพด้วยระบบคอมพิวเตอร์พบว่า ในช่วงเวลา 21.51 น. เรือสปีดโบ๊ทมีบุคคลอยู่บนเรือเพียง 5 คน เท่านั้น ไม่ใช่ 6 คนตามคำให้การเดิม
นอกจากนี้ ภาพถ่ายที่เคยถูกใช้เป็นหลักฐานสำคัญ โดยระบุว่าเป็นภาพคู่ระหว่าง “แตงโม” กับ “กระติก” ที่ถ่ายเวลา 22.13 น. เพื่อยืนยันว่าแตงโมยังอยู่บนเรือในช่วงขากลับ เมื่อนำไฟล์ต้นฉบับไปตรวจสอบ Metadata กลับพบข้อมูลทางเทคนิคว่า ภาพดังกล่าวถูกถ่ายจริงในเวลา 21.57 น. ซึ่งยังอยู่ในช่วงขาไป
คณะทำงานตั้งข้อสังเกตว่า ไฟล์ภาพดังกล่าวอาจผ่านกระบวนการแก้ไขเวลาในระบบดิจิทัล เพื่อให้สอดคล้องกับลำดับเหตุการณ์ในสำนวนเดิม
เมื่อวิเคราะห์กล้องวงจรปิดใต้สะพานซังฮี้ในช่วงขากลับ เวลา 22.11 น. รวมถึงภาพจากกล้องท่าเรือพิบูลสงคราม เวลา 22.32 น. ผลที่ได้ยังคงสอดคล้องกัน คือพบคนบนเรือเพียง 5 คน
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือการตรวจสอบช่วงเวลาที่สำนวนเดิมระบุว่าแตงโมพลัดตกเรือ เวลา 22.34:10 น. โดยทีมวิศวกรรมวิเคราะห์แสง เงา และทิศทางการเคลื่อนตัวของวัตถุบนเรือ พบว่าเงาของวัตถุในจังหวะดังกล่าวพุ่งขึ้นด้านบน ซึ่งขัดกับหลักฟิสิกส์ของการตกน้ำโดยสิ้นเชิง
นายปานเทพย้ำว่า หลักฐานทั้งหมดชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ไม่มีการตกเรือตามช่วงเวลาที่ปรากฏในสำนวนเดิม และมีเหตุอันควรให้ ดีเอสไอ รับเรื่องเป็นคดีพิเศษ เพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริงใหม่อย่างรอบด้านและเป็นธรรมต่อผู้เสียชีวิต
การเปิดหลักฐานชุดใหม่นี้ทำให้สังคมกลับมาตั้งคำถามอีกครั้งว่า คดีแตงโมที่หลายคนเชื่อว่าปิดฉากไปแล้ว อาจยังมี “ความจริงอีกด้าน” ที่ยังไม่ถูกเปิดเผย
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ไทยโพสต์ / แถลงข่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
#แตงโมนิดา#ปานเทพพัวพงษ์พันธ์#คดีแตงโม#DSI#ดีเอสไอ#แตงโม#วิหคนิวส์
