กระแสวิพากษ์วิจารณ์โครงการ TH-AI Passport ยังคงร้อนแรงในสังคมไทย แต่ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่า รัฐบาลจะเดินหน้าโครงการดังกล่าวต่อไป เนื่องจากมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับศักยภาพด้านเทคโนโลยีของประเทศ
นายอนุทินกล่าวว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มีบทบาทสำคัญในทุกมิติของชีวิต และประเทศไทยไม่สามารถปล่อยให้ประชาชนตกขบวนเทคโนโลยีได้ การสร้างโอกาสให้คนไทยเข้าถึงองค์ความรู้และเครื่องมือด้าน AI จึงเป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาล
สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และข้อกล่าวหาว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับบุคคลทางการเมืองนั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบได้ชี้แจงรายละเอียดต่อสาธารณะแล้ว พร้อมย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและการปฏิบัติตามกฎหมายเป็นอันดับแรก
นายอนุทินยังกล่าวด้วยว่า หากกระบวนการใดไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ระบบตรวจสอบของรัฐจะสามารถหยุดหรือดำเนินการแก้ไขได้เอง จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องหยุดโครงการที่มีเป้าหมายสร้างประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศในระยะยาว
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันจุดยืนของรัฐบาลในการต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ โดยระบุว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ทั้งในด้านการปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด การฟอกเงิน และการทุจริตในภาครัฐ
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่ตั้งคำถามต่อโครงการยังคงเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใสต่อสาธารณชน ขณะที่ประเด็นดังกล่าวยังคงเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิดในวงการการเมืองและสังคมไทย
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง : คำให้สัมภาษณ์ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล และรายงานข่าวการเมืองจากสื่อมวลชนไทย
