สกู๊ปข่าว » ไทย 2475-2569 : ศตวรรษแห่งเกมอำนาจ เมื่อสนามการเมืองไม่ใช่เกมแพ้ชนะ แต่คือศิลปะแห่งการรักษาสมดุล|ดุลย์ จุลกะเศียน นักวิเคราะห์ สำนักข่าว วิหคนิวส์

ไทย 2475-2569 : ศตวรรษแห่งเกมอำนาจ เมื่อสนามการเมืองไม่ใช่เกมแพ้ชนะ แต่คือศิลปะแห่งการรักษาสมดุล|ดุลย์ จุลกะเศียน นักวิเคราะห์ สำนักข่าว วิหคนิวส์

14 June 2026
24   0

ดุลย์ จุลกะเศียน นักวิเคราะห์ สำนักข่าว วิหคนิวส์

หากมองการเมืองไทยเพียงผ่านการเลือกตั้ง รัฐประหาร หรือการเปลี่ยนรัฐบาล เราอาจเห็นเพียงคลื่นบนผิวน้ำ แต่หากมองลึกลงไปใต้มหาสมุทรแห่งอำนาจ จะพบว่าประเทศไทยกำลังเล่นเกมที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก

เกมดังกล่าวเริ่มต้นอย่างเป็นทางการหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ตลอดเกือบหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงประชาธิปไตยแบบตะวันตก หรือราชาธิปไตยแบบดั้งเดิม หากแต่เป็นระบบเฉพาะตัวที่ประกอบด้วยศูนย์อำนาจหลายศูนย์ซึ่งต้องอยู่ร่วมกันภายใต้สมดุลที่เปราะบาง

ดุลย์ มองว่า คำถามสำคัญของการเมืองไทยไม่เคยเป็นว่า “ใครจะได้เป็นรัฐบาล” แต่คือ “ใครจะสามารถจัดสมดุลระหว่างศูนย์อำนาจทั้งหมดของประเทศได้”

ศูนย์อำนาจหลักของไทยประกอบด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ กองทัพ ระบบราชการ พรรคการเมือง กลุ่มทุน ประชาชน และอิทธิพลจากมหาอำนาจต่างประเทศ

แต่ละฝ่ายมีทรัพยากรไม่เหมือนกัน บางฝ่ายมีความชอบธรรม บางฝ่ายมีกำลัง บางฝ่ายมีทุน บางฝ่ายมีฐานมวลชน

เมื่อพิจารณาตลอดประวัติศาสตร์หลัง 2475 จะพบว่าการเมืองไทยมีลักษณะคล้ายการแกว่งตัวของลูกตุ้ม

ช่วงหนึ่งอำนาจรวมศูนย์อยู่ที่กองทัพ อีกช่วงหนึ่งอยู่ที่ระบบราชการ อีกช่วงหนึ่งอยู่ที่นักการเมืองที่ได้รับความนิยมสูง

แต่ทุกครั้งที่อำนาจกระจุกตัวมากเกินไป ระบบจะเกิดแรงต้านและผลักให้กลับเข้าสู่สมดุลใหม่

นี่คือเหตุผลที่ทำให้ไม่มีฝ่ายใดสามารถครอบครองอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จเป็นเวลานาน

ดุลย์ อธิบายว่า ความลับของการเมืองไทยไม่ใช่การเอาชนะคู่แข่ง แต่เป็นการทำให้ทุกฝ่ายยอมรับว่าระบบยังเดินหน้าต่อไปได้

เมื่อมองจากมุมนี้ จะเห็นว่ารัฐบาลคือผู้บริหารประเทศในระยะสั้น แต่โครงสร้างรัฐคือผู้รักษาเสถียรภาพในระยะยาว

นั่นทำให้การเมืองไทยมีทั้งพลังของการเปลี่ยนแปลง และพลังของความต่อเนื่องอยู่ในเวลาเดียวกัน

หลายเหตุการณ์ที่ดูเหมือนความขัดแย้งรุนแรงในอดีต แท้จริงแล้วคือกระบวนการปรับสมดุลระหว่างกลุ่มอำนาจที่กำลังต่อรองพื้นที่ของตนเองภายในระบบ

เมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัล ความท้าทายใหม่จึงไม่ใช่เรื่องการจัดสมดุลระหว่างสถาบันทางการเมืองเท่านั้น แต่รวมถึงการจัดสมดุลระหว่างคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ ระหว่างทุนเก่าและทุนใหม่ ระหว่างเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมและเศรษฐกิจดิจิทัล

คำถามสำคัญของทศวรรษหน้า จึงอาจไม่ใช่ว่าใครจะชนะการเลือกตั้งครั้งต่อไป

แต่เป็นว่าใครจะสามารถสร้างฉันทามติใหม่ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ของประเทศมองเห็นอนาคตร่วมกันได้

ในโลกที่การแข่งขันทางเศรษฐกิจรุนแรงขึ้นทุกวัน ประเทศที่รักษาเสถียรภาพภายในได้ จะมีโอกาสดึงดูดการลงทุน เทคโนโลยี และบุคลากรคุณภาพสูงได้มากกว่า

สำหรับประเทศไทย ความท้าทายที่แท้จริงอาจไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างฝ่ายการเมือง แต่คือการแข่งขันกับเวลา

เพราะโลกกำลังเปลี่ยนเร็วกว่าเดิมหลายเท่า

และประเทศที่ปรับตัวช้า อาจสูญเสียโอกาสสำคัญไปโดยไม่รู้ตัว

ดุลย์ จุลกะเศียนนักวิเคราะห์ สำนักข่าว วิหคนิวส์14 มิถุนายน 2569

#ไทย2475_2569#ศตวรรษแห่งเกมอำนาจ#การเมืองไทย#ดุลย์จุลกะเศียน#วิหคนิวส์#สมดุลอำนาจ#ประชาธิปไตยไทย#โครงสร้างรัฐ#การเมืองยุคดิจิทัล#อนาคตประเทศไทย