พลเอกดร.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ เผยบทวิเคราะห์ “บทที่ 7 ถอดรหัสแผนปฏิรูปธรรมาภิบาล พ.ศ.2549-2552” ย้อนรอยการปฏิรูประบบราชการไทยหลังเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงทางการเมืองปี 2549 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของความพยายามสร้าง “ระบบธรรมาภิบาล” และกลไกตรวจสอบภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม
รายงานระบุว่า ภายหลังการเปลี่ยนแปลงอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้ประกาศให้การฟื้นฟูคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล เป็น “วาระแห่งชาติ” ท่ามกลางกระแสสังคมที่เรียกร้องการแก้ปัญหาทุจริตเชิงนโยบายและการปฏิรูประบบตรวจสอบรัฐ
จุดสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2549 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ซึ่ง พล.อ.สุรยุทธ์ ได้ประกาศเจตนารมณ์ต่อหน้าผู้นำ ข้าราชการ ทหาร และนักวิชาการกว่า 700 คน ว่าจะสร้างระบบบริหารราชการที่สุจริต โปร่งใส และเป็นที่ศรัทธาของประชาชน พร้อมเร่งฟื้นฟูระบบคุณธรรมและธรรมาภิบาลทั้งระบบ
ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแนวทางสำคัญ 2 ส่วน ได้แก่ การยกร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมธรรมาภิบาลภาครัฐ และการกำหนดยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนธรรมาภิบาลในทุกหน่วยงานราชการทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม ในชั้นการพิจารณาทางเทคนิค มีข้อกังวลเรื่องความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานเดิม ส่งผลให้แนวคิดจัดตั้ง “สภาธรรมาภิบาลแห่งชาติ” ในระดับมหภาค ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ตามแผนเดิม
รัฐบาลจึงปรับแนวทางใหม่ในปี 2550 ด้วยการแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และจัดตั้ง “คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด” หรือ ก.ธ.จ. ขึ้นในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ยกเว้นกรุงเทพมหานคร เพื่อทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ และสอดส่องการบริหารราชการในระดับพื้นที่
กระทั่งปี 2552 มีการประกาศใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดอย่างเป็นทางการ โดยกำหนดหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีไว้ 7 ด้าน ทั้งเรื่องความโปร่งใส การมีส่วนร่วมของประชาชน ประสิทธิภาพการทำงาน และการตรวจสอบประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
พลเอก ดร.กิตติศักดิ์ ระบุว่า เส้นทางของธรรมาภิบาลไทยในช่วงปี 2549-2552 ถือเป็นกรณีศึกษาสำคัญของการปฏิรูประบบราชการไทย ที่สะท้อนให้เห็นพลวัตของนโยบายรัฐ การต่อรองเชิงโครงสร้าง และการแปรเจตนารมณ์ระดับชาติไปสู่กลไกปฏิบัติจริงในระดับจังหวัด
สำนักข่าววิหคนิวส์
