ไพศาล พืชมงคล ออกมาแสดงความเห็นทางกฎหมายกรณีรัฐบาลเดินหน้าใช้เงินจากพระราชกำหนดกู้เงิน เพื่อนำไปแจกหรือช่วยเหลือประชาชน โดยระบุว่า อาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ และอาจนำไปสู่การร้องถอดถอนคณะรัฐมนตรี รวมถึงความรับผิดของนายกรัฐมนตรีในอนาคต
ไพศาล ระบุว่า ตามหลักรัฐธรรมนูญ เงินที่ได้จากการกู้ตามพระราชกำหนด เมื่อกู้มาแล้วถือเป็น “รายได้แผ่นดิน” ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า รายได้แผ่นดินจะนำไปใช้จ่ายได้เฉพาะตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายงบประมาณเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เขาตั้งข้อสังเกตว่า ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ไม่มีบทบัญญัติใดกำหนดให้นำเงินดังกล่าวไปใช้ในลักษณะ “แจกเงิน” ดังนั้น หากรัฐบาลนำเงินกู้ไปดำเนินโครงการแจกจ่ายโดยไม่มีฐานทางกฎหมายรองรับ อาจถือเป็นการใช้เงินผิดรัฐธรรมนูญ
ไพศาล ยังระบุเพิ่มเติมว่า หากมีการนำเงินไปใช้โดยขัดรัฐธรรมนูญ จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 20 ที่ต้องสั่งระงับ ยกเลิก หรือแก้ไขการดำเนินการดังกล่าว
หากนายกรัฐมนตรีไม่ดำเนินการ อาจเข้าข่าย “ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” ซึ่งไพศาลเปรียบเทียบว่า มีลักษณะคล้ายกับกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในอดีต
นอกจากนี้ เขายังเสนอว่า กรณีดังกล่าวสามารถยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และอาจนำไปสู่กระบวนการถอดถอนคณะรัฐมนตรีได้ ขณะที่ประเด็นความรับผิดของนายกรัฐมนตรี อาจอยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป
ความเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสถกเถียงเกี่ยวกับ พ.ร.ก.กู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท ของรัฐบาล ที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักทั้งในด้านความจำเป็น ความโปร่งใส และความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ.
สำนักข่าววิหคนิวส์
