วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 5 พฤษภาคมนี้ พิจารณาร่างพระราชกำหนด
(พ.ร.ก.) กู้เงิน เพื่อใช้ดูแลและเยียวยาประชาชนจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยยังไม่เปิดเผยกรอบวงเงินกู้ที่ชัดเจน
ขณะเดียวกัน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ยังไม่สามารถเสนอ ครม. ได้ทันในรอบนี้ เนื่องจากสำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลาง อยู่ระหว่างเร่งสรุปตัวเลขงบประมาณที่จะโอนได้จริง โดยคาดว่าจะเสนอให้ ครม. พิจารณาได้ในสัปดาห์หน้า
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลระบุว่า กรอบวงเงินกู้ภายใต้ พ.ร.ก. อาจอยู่ที่ไม่เกิน 500,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงวิกฤตโควิด-19 โดยจะทยอยกู้ตามความจำเป็น ไม่กู้เงินมาพักไว้ล่วงหน้า หลังจาก ครม. เห็นชอบแล้ว กระทรวงการคลังจะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อตรวจร่าง ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา และเดินหน้ากู้เงินเพื่อนำไปใช้ช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
สำหรับเม็ดเงินจาก พ.ร.ก. ดังกล่าว จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งรวมถึงโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” คาดว่าจะครอบคลุมประชาชนมากกว่า 20 ล้านคน และการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ผู้มีสิทธิ์ราว 13.4 ล้านคน คนละ 4,000 บาท แบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป โดยใช้งบประมาณรวมมากกว่า 100,000 ล้านบาท
แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า รัฐบาลตั้งเป้าเสนอ พ.ร.ก. ให้ ครม. อนุมัติภายในสัปดาห์หน้า เพื่อเปิดลงทะเบียนรับสิทธิ์ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม และเริ่มใช้จ่ายได้ตามกำหนด
ส่วน พ.ร.บ.โอนงบประมาณ 2569 คาดว่าจะมีวงเงินไม่เกิน 50,000 ล้านบาท ลดลงจากที่เคยประเมินไว้ 80,000–100,000 ล้านบาท ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการใช้ในโครงการขนาดใหญ่ อีกทั้งยังต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภา ทำให้ไม่ทันต่อกรอบเวลาการเริ่มโครงการ รัฐบาลจึงเลือกใช้ พ.ร.ก.กู้เงินเป็นเครื่องมือหลักไปก่อน และจะนำงบประมาณที่โอนได้มาเสริมในภายหลัง เนื่องจากโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” จะทยอยใช้จ่ายต่อเนื่องนานประมาณ 4 เดือน
สำนักข่าววิหคนิวส์ รายงาน
