เรื่องเล่าเช้านี้-ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกา สร้างบรรยากาศสุดอึดอัดกลางเวทีสัมมนาด้านการลงทุนในไมอามี ที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย ด้วยการกล่าวสุนทรพจน์เชิงเหยียดหยามมกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ต่อหน้าเหล่านักลงทุนและผู้นำธุรกิจจากทั่วโลก
ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวบนเวทีในงานประชุม Future Investment Initiative ในรัฐฟลอริดา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ว่า เจ้าชายซัลมานเคยประเมินผมผิดไป เขาคงไม่คิดหรอกว่าสุดท้ายเขาจะต้องมาจูบก้นผม (Kiss my ass) เขาคงคิดว่าผมจะเป็นประธานาธิบดีอเมริกาอีกคนที่กำลังตกต่ำ แต่ตอนนี้เขาจำเป็นต้องมาทำดีกับผม ซึ่งคำพูดนี้ถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็วเนื่องจากขัดกับมารยาททางการทูตในเวทีระดับนานาชาติ
อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา ทรัมป์ได้ลดโทนความแข็งกร้าวลง โดยหันมากล่าวชมเจ้าชายซัลมานว่า “เขาก็เป็นคนฉลาด เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง เขาเคยพูดเมื่อปีก่อนว่าอเมริกาเป็นประเทศที่เดี้ยงสนิท แต่ตอนนี้เรากลายเป็นประเทศที่เร่าร้อนที่สุดในโลก และนั่นเกิดขึ้นหลังจากที่เราถล่มอิหร่านจนยับเยิน”
นอกจากเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัว ทรัมป์ยังใช้เวทีนี้ประกาศชัยชนะเหนืออิหร่าน โดยอ้างว่าภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังจะได้รับอิสรภาพจากการรุกรานและขู่กรรโชกทางนิวเคลียร์ “ตลอด 47 ปีที่ผ่านมา อิหร่านถูกรู้จักในนามอันธพาลของตะวันออกกลาง แต่ตอนนี้พวกเขาไม่สามารถรังแกใครได้อีกแล้ว พวกเขากำลังหนีหัวซุกหัวซุน”
ทรัมป์ทิ้งท้ายด้วยการทวงบุญคุณด้านความมั่นคง โดยระบุว่าสหรัฐฯ ไม่ได้ปกป้องแค่อิสราเอล แต่ปกป้องทั้งตะวันออกกลาง “จรวดทั้งหลายที่เคยตกใส่พวกคุณ รวมถึงซาอุดีอาระเบียที่โดนเล่นงานไปไม่น้อย พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าใครคือคนที่ปกป้องพวกคุณจริงๆ”
