ข่าวประจำวัน » ใครไม่เชื่อ? !! ดร.สมชาย ยกรัฐธรรมนูญ 60 ปราบโกงได้จริง ทำนักการเมืองผวา

ใครไม่เชื่อ? !! ดร.สมชาย ยกรัฐธรรมนูญ 60 ปราบโกงได้จริง ทำนักการเมืองผวา

5 February 2026
69   0

ดร.สมชาย แสวงการ อดีต สมาชิกวุฒิสภา ระบุว่า

ใครไม่เชื่อว่ารัฐธรรมนูญ 2560 ปราบโกงได้จริง 

ผมขอสรุปชี้แจงพร้อมตัวอย่างย่อๆเท่าที่พอจำได้ดังนี้

รัฐธรรมนูญนี้กลไกสำคัญที่ทำให้นักการเมืองหวาดกลัวและอยากรวมหัวกันล้มทั้งหมดแล้วร่างใหม่ทุกมาตรา ดังนี้

1)กลไกที่ทำให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สส. และนักการเมืองพ้นจากตำแหน่งได้จริง โดยเฉพาะผ่านศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ (ป.ป.ช.) โดยใช้มาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง การฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ หรือขาดคุณสมบัติซื่อสัตย์สุจริต 

ซึ่งมีผลให้พ้นจากตำแหน่งทันที 

เช่นกรณี อดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน 

นางสาว แพทองธารธาร ชินวัตร 

ถูกศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยคดีมาตรา144  วรรคสอง ซึ่งห้าม สส. 

มีส่วนได้ส่วนเสียในการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยมีพฤติการณ์คือการแปรญัตติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จำนวนกว่า 178 ล้านบาท เพื่อนำไปจัดทำโครงการในพื้นที่เขตเลือกตั้งของตนเองที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งศาลมองว่าเป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อสร้างความนิยมทางการเงินและเอื้อประโยชน์ในพื้นที่

บทลงโทษเพิ่มเติม: นอกจากพ้นจากตำแหน่งแล้ว ศาลยังสั่ง เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี และกรณีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตรองประธานสภาผู้แทนอีกคน พ้นจากตำแหน่งถูกตัดสิทธิการเมือง เพราะดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลที่ถูกตัดสินยุบพรรค

2)มีกลไกเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง:มาตรา 219 กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระกำหนดมาตรฐานนี้ ถอดถอนนักการเมือง ตัวอย่างคือการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิตของ สส. บางคน เช่น ปารีณา ไกรคุปต์, กนกวรรณ วิลาวัลย์ อดีตรมช ศึกษาธิการ, ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ และ พรรณิการ์ วานิช

3)กลไกเรื่องต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ตามมาตรา 170 และ 160 (4) (5) ให้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยถอดถอนนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีได้ หากมีพฤติกรรมขาดความซื่อสัตย์สุจริต หรือฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม 

กรณีตัวอย่างคือศาลรัฐธรรมนูญมีมติ ให้นายกรัฐมนตรี 2คน พ้นจากตำแหน่งมาแล้ว หรือกรณีที่สส.เสียบบัตรแทนกันและการรุกที่ดินถือเป็น

การกระทำการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง 

4)กลไกในการถอดถอนผ่านศาลฎีกา ในมาตรา 235 ให้อำนาจ ป.ป.ช. ไต่สวนและส่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งหากรับฟ้องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้นต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่และหากผิดจริงจะถูกให้พ้นจากตำแหน่งและอาจมีโทษตัดสิทธิทางการเมืองด้วย กรณีนี้มีอดีตสส หลายคนต้องโทษจำคุก 9 เดือน และตัดสิทธิการเมือง ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตลอดชีวิตตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหลายคน. อาทิ นางนาที รัชกิจประการ , นายฉลอง เทอดวีระพงศ์, และ นายภูมิศิษฎ์ คงมี ฯลฯ นอกจากนั้นยังมีคดีจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ ของนางนาที รัชกิจประการ ที่มีคำวินิจฉัยของศาลฎีกาฯ ในปี 2562 ว่านางนาทีจงใจปกปิดทรัพย์สิน ที่ดินและหนี้สินของสามีมูลค่ากว่า 90 ล้านบาท ต่อ ป.ป.ช..ถูกศาลสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง สส. และสั่งห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งเดิม. 

5)กลไกยุบพรรคการเมือง ได้แก่

5.1พรรคอนาคตใหม่ ถูกยุบพรรค เมื่อก.พ. 2563 สส.และกรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิหลายคนเช่น 

 :นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ: พ้นตำแหน่ง สส. เป็นคนแรก เมื่อพ.ย. 2562โดยศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติเนื่องจาก ถือครองหุ้นสื่อ บริษัท วี-ลัค มีเดีย

:กรรมการบริหารพรรค 16 คน: ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปีจากคำวินิจฉัยยุบพรรคกรณี กู้ยืมเงินจากนายธนาธร 191ล้านบาท ทำให้ สส. ที่เป็นกรรมการบริหารพรรค เช่น นายปิยบุตร แสงกนกกุล และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช พ้นจากตำแหน่งทันที

:น.ส.พรรณิการ์ วานิช ถูกศาลฎีกาพิพากษาภายหลังว่าฝ่าฝืน มาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง(กรณีโพสต์ภาพพาดพิงสถาบันฯ ในอดีต) ส่งผลให้ถูก เพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิต และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ

5.2 พรรคก้าวไกล ถูกยุบพรรค เมื่อ7 ส.ค. 2567 โดยศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในข้อหา ล้มล้างการปกครอง จากนโยบายหาเสียงแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ส่งผลให้:

:นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และกรรมการบริหารพรรคชุดที่ 1 และ 2รวม 11 คนถูก ตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี

:นายชัยธวัช ตุลาธน: พ้นจากตำแหน่ง สส. และถูกตัดสิทธิ 10 ปี ในฐานะอดีตเลขาธิการพรรคและหัวหน้าพรรคในช่วงเวลาดังกล่าว นายปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตสส และรองประธานสภา แม้จะย้ายไปพรรคเป็นธรรมแล้ว แต่เนื่องจากเคยเป็นกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลในช่วงที่มีการกระทำความผิด จึงถูกศาลตัดสิทธิ 10 ปี และพ้นจากตำแหน่ง สส. และรองประธานสภาผู้แทนราษฎรไปพร้อมกันด้วย

5.3พรรคประชาชน มี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นหัวหน้าพรรค ปัจจุบันมี44สส จากพรรคก้างไกลถูกดำเนินคดีจริยธรรมที่ลงชื่อเสนอแก้ไข ม.112 อยู่ระหว่าง ป.ป.ช. ไต่สวนจริยธรรมร้ายแรง หากปปชชี้มูล และส่งศาลฎีกาตัดสินว่าผิด จะมีโทษหนักคือ การตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต

6)ทำให้คดีทุจริตไม่มีอายุความ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายคนหนีคดีทุจริตและคดีอื่นๆ และไม่กลับประเทศไทย เพราะรัฐธรรมนูญและพรบประกอบรัฐธรรมนูญบัญญัติหลักการสำคัญนี้ไว้ ยกตัวอย่างเช่น นางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายวัฒนา อัศวเหม นายประชา มาลีนนท์ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เป็นต้น 

7)มีกลไกทำให้อดีตนายกฯและรัฐมนตรี สส ติดคุก มาแล้วหลายคน อาทิ นายทักษิณ ชินวัตร นายวัฒนา เมืองสุข นาย บุญทรง เตริยาภิรมย์ นายภูมิ สารผล เป็นต้น 

8)ทำให้รัฐมนตรีหลายคนลาออกก่อนถูกศาลวินิจฉัย หรือถูกตรวจคุณสมบัติจนไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีเพราะผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงหลายคน  อาทิ นายพิชิต ชื่นบาน นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายไผ่ ลิกค์นาย ชาดา ไทยเศรษฐ เป็นต้น

เรียบเรียงเป็นข้อมูลวิชาการโดยไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อกล่าวหาให้ร้ายต่อผู้ใด แต่เขียนขึ้นเพื่อตอบคำถามว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ปราบโกงได้จริงมั้ย ให้บางคนที่ไม่ทราบหรืออาจลืมกันไปแล้วเท่านั้นครับ 

สมชาย แสวงการ