Top News – “ศาลอุทธรณ์” ยืนโทษจำคุก 2 การ์ดวีโว่ 4 ปี 6 เดือน-6 ปี 6 เดือน สุดกร่างบุกทำร้ายตร. ชิงตัว “โตโต้ ปิยรัฐ” ปี 64
28 ม.ค. 2569 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้รายงานการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ กรณี “ปรณัท” และ “มารุต” 2 สมาชิกทีมการ์ด We Volunteer (Wevo) ในข้อหาหลักร่วมกระทำการให้ผู้ถูกคุมขังหลุดพ้นจากการคุมขัง ตาม ม.191 และ ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานตาม โดยใช้กำลังประทุษร้าย ม. 138 จากกรณีพยายามเข้าช่วยเหลือสมาชิก Wevo ระหว่างถูกจับกุมในรถคุมขังจากบริเวณห้างเมเจอร์รัชโยธิน เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2564
โดยศาลอุทธรณ์ วินิจฉัย ศาลชั้นต้นกำหนดไว้นั้นเหมาะสมแล้ว ให้ลงโทษ “มารุต” จำคุก 6 ปี 6 เดือน และ “ปรณัท” ลงโทษจำคุก 4 ปี 6 เดือน ไม่รอลงอาญา
ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2566 ศาลอาญา ได้พิพากษาให้จำคุก จำเลยทั้งสอง ตามพฤติการณ์ตามคำฟ้องของอัยการ บรรยายสรุปกล่าวหาว่า จำเลยทั้งสองได้เข้าร่วมชุมนุม กับพวกอีกประมาณ 30 –40 คน ใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และร่วมกระทำการใด ๆ ให้ผู้ถูกคุมขังตามอำนาจของศาลหลุดจากการคุมขัง โดยใช้กำลังขู่เข็ญประทุษร้าย ตลอดจนร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ ในระหว่างที่มีการจับกุมตัวสมาชิกทีมวีโว่ นำโดย “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ ที่บริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าเมเจอร์รัชโยธิน
โจทก์กล่าวหา จำเลยและพวกรวมกว่า 30 คนได้กระทำการขัดขวางรถคุมขังที่กำลังนำตัวของโตโต้และสมาชิกทีมวีโว่ ไปคุมขังต่อที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 โดยการนำสิ่งของ อาทิเช่น ต้นไม้ กรวยยาง ก้อนหิน ก้อนอิฐ ขว้างปาใส่รถคุมขัง ในขณะที่รถกำลังเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถของห้าง โดยจำเลยที่ 2 ได้พยายามเข้าขัดขวางโดยการโยนเก้าอี้ไปใต้ท้องรถคุมขังทำให้รถไม่สามารถเคลื่อนตัวออกไปได้
จนกระทั่งผู้เข้าร่วมชุมนุมสามารถเข้ากีดขวางและนำตัวผู้ต้องขังออกมาได้ ตลอดจนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ขับรถคุมขังต้องพยายามหลบหนีออกมาจากฝูงชน ทำให้จำเลยที่ 1 สามารถเข้าถึงตัวหนึ่งในตำรวจที่ขับรถคุมขังได้ จนเกิดการปะทะกันขึ้นและทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ
และจากพยานหลักฐานของโจทก์แล้ว เห็นว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องทุกข้อกล่าวหา โดยจากการเบิกความของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกปากมีความสอดคล้องกันว่ารถคุมขังซึ่งเป็นทรัพย์สินของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับความเสียหาย โดยทราบว่าจำเลยที่ 2 ได้พยายามเข้าขัดขวางรถคุมขัง จนทำให้เกิดความเสียหายและไม่สามารถเคลื่อนตัวออกไปได้ จนเป็นเหตุให้ผู้ชุมนุมราว 30 – 40 คน สามารถเข้าถึงตัวของผู้ต้องหาที่อยู่บนรถคุมขัง และเป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 เข้ามาปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นผู้ขับรถคุมขัง
