บทความวิเคราะห์ทางการเมืองของ “ปราชญ์ สามสี” กำลังถูกพูดถึงอย่างหนักในโลกออนไลน์ หลังตั้งคำถามต่อรากฐานความคิดทางการเมืองไทย ตั้งแต่การอภิวัฒน์ 2475 บทบาทของ ปรีดี พนมยงค์ ไปจนถึงการเมืองมวลชนยุคใหม่ โดยชี้ว่า “ประชาชน” และ “อุดมการณ์” อาจถูกใช้เป็นเพียงเครื่องมือเพื่อสร้างอำนาจใหม่ของชนชั้นนำในแต่ละยุค
เนื้อหาวิเคราะห์ระบุว่า การเมืองไทยตลอดหลายสิบปี มักถูกอธิบายผ่าน “ไม้บรรทัดของต่างประเทศ” ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส อังกฤษ สหรัฐฯ หรือแม้แต่แนวคิดสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์ จนทำให้การอ่านประวัติศาสตร์ไทยคลาดเคลื่อนจากบริบทจริงของประเทศ
ผู้เขียนมองว่า การเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 ไม่ได้เป็น “การลุกฮือของประชาชน” อย่างที่ถูกเล่าซ้ำ แต่เป็นการย้ายอำนาจจากชนชั้นนำเก่าไปสู่ชนชั้นนำใหม่ ที่ใช้ “ประชาชน” เป็นฐานความชอบธรรมทางการเมือง
พร้อมชี้ว่า แนวคิดแบบปฏิวัติฝรั่งเศส ได้สร้าง “ความศักดิ์สิทธิ์ชุดใหม่” ผ่านรัฐธรรมนูญและสัญลักษณ์ทางการเมือง คล้ายการสร้างศาสนาทางการเมืองขึ้นแทนระเบียบเดิม
ในส่วนของปรีดี ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่า คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ “ปรีดีเป็นคอมมิวนิสต์หรือไม่” แต่คือการที่ปรีดีหยิบเครื่องมือทางความคิดของยุคนั้น เช่น รัฐวางแผน สังคมนิยม และเศรษฐกิจแบบสหกรณ์ มาใช้เพื่อสร้างระเบียบใหม่และความชอบธรรมทางอำนาจ
อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงมาก คือการเชื่อมโยงอดีตกับการเมืองร่วมสมัย โดยบทความมองว่า กลุ่มการเมืองยุคใหม่บางส่วนพยายามใช้ “คณะราษฎร” และ “ประชาชน” เป็นทุนทางสัญลักษณ์ในการต่อสู้ทางการเมือง พร้อมวิจารณ์เครือข่ายออนไลน์และมวลชนบางส่วนว่า มีการใช้วาทกรรมปลุกเร้า จนทำให้ประชาชนบางคนต้องเผชิญคดีและความเสี่ยงทางกฎหมายแทนผู้ปลุกกระแส
บทวิเคราะห์ทิ้งท้ายว่า สิ่งที่น่ากังวลอาจไม่ใช่คำว่า “คอมมิวนิสต์“ เพียงอย่างเดียว แต่คือวิธีคิดที่ใช้อุดมการณ์เป็นเครื่องมือ ใช้ประชาชนเป็นข้ออ้าง และใช้อดีตเป็นอาวุธทางการเมือง จนบ้านเมืองวนกลับเข้าสู่วงจรแย่งชิงอำนาจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
อ้างอิง: บทวิเคราะห์ “ยูโทเปีย : จากปรีดีถึงการเมืองมวลชนยุคใหม่” โดย “ปราชญ์ สามสี”
สำนักข่าววิหคนิวส์
