ด่วน ! อิตาเลี่ยนไทย จุก
เหตุการณ์เครนและคานปูนถล่มที่ถนนพระราม 2 บริเวณหน้าโรงแรมปารีส จ.สมุทรสาคร เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (15 มกราคม 2569) ข้อมูลล่าสุดจากการรายงานข่าวระบุว่าผู้รับเหมาที่ต้องรับผิดชอบคือ:
บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD)
รายละเอียดเบื้องต้นของพื้นที่เกิดเหตุมีดังนี้:
- โครงการ: ทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 (M82) สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว (ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว)
- สัญญาที่เกี่ยวข้อง: สัญญาตอน 7 (กม. 29+772 – 31+207)
- มูลค่างานก่อสร้าง: ประมาณ 1,868 ล้านบาท
- ความเสียหาย: เครน (Launching Gantry) และคานปูน (Segment) ถล่มลงมาทับรถยนต์ 2 คัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย
ความคืบหน้าและการดำเนินการล่าสุด
- การสั่งหยุดงาน: นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้หยุดการก่อสร้างทุกไซต์งานที่เกี่ยวข้องเป็นการชั่วคราวเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยทันที
- ความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์อื่น: มีการระบุว่าผู้รับเหมารายนี้เป็นรายเดียวกับที่เกิดเหตุเครนถล่มทับขบวนรถไฟที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวานนี้ (14 ม.ค. 2569) ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย
- การเยียวยา: รัฐบาลกำชับให้บริษัทผู้รับเหมาเยียวยาผู้เสียชีวิตในระดับ “หลักล้านบาท” (7 หลักขึ้นไป) และต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดของทรัพย์สินประชาชน
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดการจราจรช่องทางหลัก (กม. 30+000 – 30+500) ทั้งขาเข้าและขาออกตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเคลื่อนย้ายวัสดุและตรวจสอบโครงสร้าง.
วานนี้ อิตาเลี่ยนไทย เพิ่งจุก อีก!
เหตุการณ์ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวานนี้ (14 มกราคม 2569) ผู้รับเหมาหลักที่รับผิดชอบการก่อสร้างในจุดที่เกิดเหตุคือ:
บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD)
โดยเป็นการดำเนินงานภายใต้ชื่อ กิจการร่วมค้า ITD-CREC No.10 (ร่วมกับ China Railway Engineering Corporation จากประเทศจีน)
รายละเอียดความรับผิดชอบและข้อมูลโครงการ
- โครงการ: รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน (ระยะที่ 1 กรุงเทพฯ-นครราชสีมา)
- สัญญาที่เกี่ยวข้อง: สัญญาที่ 3-4 (ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด)
- จุดเกิดเหตุ: บริเวณทางรถไฟบ้านถนนคต ระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น และสถานีสีคิ้ว
- ลักษณะเหตุการณ์: เครนยกคานปูน (Launching Gantry) พังถล่มลงมาทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 (กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี) ขณะขบวนรถกำลังวิ่งผ่าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 22-32 ราย (ตัวเลขยังอยู่ระหว่างการยืนยัน) และบาดเจ็บจำนวนมาก
มาตรการจากภาครัฐ
- นายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล): สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทผู้รับเหมา และกำชับให้เยียวยาผู้เสียชีวิตในระดับ “7 หลักขึ้นไป” ต่อราย
- ระงับการก่อสร้าง: สั่งหยุดการทำงานในสัญญานี้ทันทีเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียด
- ประเด็นความผิดซ้ำซาก: รัฐบาลแสดงความกังวลอย่างมากเนื่องจากบริษัทผู้รับเหมารายนี้เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุใหญ่ 2 วันติดต่อกัน (สีคิ้ว และ พระราม 2) รวมถึงเหตุการณ์อุโมงค์ถล่มและตึก สตง. ถล่มในอดีต ซึ่งอาจนำไปสู่การลดเกรดผู้รับเหมาหรือมาตรการลงโทษขั้นสูงสุด.
สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม อิตาเลี่ยนไทย จุก ! ปีที่แล้ว
สำหรับเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 (ซึ่งเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ถูกกล่าวถึงอย่างมากหลังจากเกิดเหตุซ้ำรอยที่พระราม 2 และสีคิ้วในสัปดาห์นี้) ผู้รับเหมาหลักที่ต้องรับผิดชอบคือ:
กิจการร่วมค้า ITD-CREC
ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ 2 บริษัทใหญ่ ได้แก่:
- บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD): ยักษ์ใหญ่รับเหมาก่อสร้างของไทย
- บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด: ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ China Railway Engineering Corporation (CREC) รัฐวิสาหกิจด้านการก่อสร้างจากประเทศจีน
ข้อมูลสรุปความรับผิดชอบและโครงการ
- งบประมาณโครงการ: ประมาณ 2,136 ล้านบาท (จากงบกลาง 2,560 ล้านบาท)
- ลักษณะอาคาร: อาคารสำนักงานสูง 30 ชั้น ตั้งอยู่ในเขตจตุจักร กรุงเทพฯ
- สาเหตุและการดำเนินคดี:
- เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ในเมียนมา ซึ่งแรงสั่นสะเทือนส่งผลให้อาคารที่อยู่ระหว่างก่อสร้างถล่มลงมา (เป็นอาคารเดียวในกรุงเทพฯ ที่ถล่มจากเหตุดังกล่าว)
- จากการตรวจสอบพบว่ามีความบกพร่องทางวิศวกรรม โดยเฉพาะ “ผนังปล่องลิฟต์” ที่มีความหนาเพียง 25 เซนติเมตร (จากมาตรฐานควรหนาประมาณ 60 เซนติเมตร)
- อัยการได้สั่งฟ้องผู้ต้องหารวม 23 ราย รวมถึงผู้บริหารของ ITD และบริษัทร่วมทุน ในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย (มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 95 ราย) และฝ่าฝืนกฎกระทรวงเกี่ยวกับการควบคุมอาคาร
ความเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ปัจจุบัน
ที่สังคมกำลังให้ความสนใจอย่างมากในตอนนี้ เพราะผู้รับเหมารายนี้ (อิตาเลียนไทย) คือรายเดียวกันกับที่เกิดเหตุ เครนถล่มที่สีคิ้ว เมื่อวานนี้ และ เครนถล่มที่พระราม 2 เมื่อเช้านี้ ทำให้เกิดกระแสเรียกร้องให้มีการพักใบอนุญาตหรือขึ้นบัญชีดำบริษัทอย่างจริงจัง.
อนาคต รับเหมาระดับพี่เบิ้ม 3 ราย
อิตาเลียนไทย
ชิโน ไทย
ช การช่าง
จะไปทางไหน?
สำหรับเหตุการณ์ถนนทรุดตัวและดินสไลด์เข้าอุโมงค์ บริเวณหน้าทางเข้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล (ถนนสามเสน) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 (ปีที่แล้ว) ผู้รับเหมาหลักที่รับผิดชอบการก่อสร้างในจุดดังกล่าวคือ:
กิจการร่วมค้า CKST-PL (CKST-PL Joint Venture)
ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มกันของ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ ได้แก่:
- บมจ. ช.การช่าง (CK): ถือหุ้นในสัดส่วน 55%
- บมจ. ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC): ถือหุ้นในสัดส่วน 45%
รายละเอียดโครงการและเหตุการณ์
- โครงการ: รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (สายสีม่วงใต้)
- สัญญาที่เกี่ยวข้อง: สัญญาที่ 1 (งานออกแบบและก่อสร้างอุโมงค์ทางวิ่งและสถานีใต้ดิน ช่วงเตาปูน – หอสมุดแห่งชาติ) มูลค่าสัญญาประมาณ 19,430 ล้านบาท
- ลักษณะเหตุการณ์: เกิดการเคลื่อนตัวของดินและน้ำใต้ดินบริเวณรอยต่อระหว่างสถานีวชิรพยาบาลกับอุโมงค์ทางวิ่ง (ซึ่งเป็นอุโมงค์ซ้อน 2 ชั้น ลึก 15-20 เมตร) ส่งผลให้ดินบนผิวจราจรทรุดตัวลงเป็นหลุมขนาดใหญ่ (Sinkhole) กว้างประมาณ 30 เมตร และลึกถึง 50 เมตร ทำให้ต้องปิดโรงพยาบาลและอพยพประชาชนในอาคารใกล้เคียงทันที
ความรับผิดชอบและการดำเนินการ - การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.): ประกาศรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นต่อทรัพย์สินของประชาชนและหน่วยงานราชการ (เช่น สภ.สามเสน และโรงพยาบาลวชิระ)
- คำชี้แจงจากผู้รับเหมา: ทางซิโน-ไทย (STEC) ได้ชี้แจงในขณะนั้นว่างานขุดเจาะอุโมงค์ในจุดดังกล่าวเสร็จสิ้นไปแล้วหลายเดือนก่อนเกิดเหตุ และคาดว่าสาเหตุอาจมาจากปัจจัยภายนอก เช่น ท่อประปาหลักแตกประกอบกับฝนตกหนักที่ทำให้ดินอ่อนตัวจนไหลเข้าสู่ระบบอุโมงค์
ข้อสังเกตเกี่ยวกับความเชื่อมโยง
หากเปรียบเทียบกับเหตุการณ์เครนถล่มที่ พระราม 2 และ สีคิ้ว ในสัปดาห์นี้ (มกราคม 2569): - ผู้รับเหมาที่สีคิ้วและพระราม 2: คือ อิตาเลียนไทย (ITD)
- ผู้รับเหมาที่วชิรพยาบาล: คือ ช.การช่าง (CK) และ ซิโน-ไทย (STEC)
แม้จะเป็นคนละบริษัทกัน แต่เหตุการณ์ที่วชิรพยาบาลถูกนำกลับมาพูดถึงอีกครั้งในฐานะบทเรียนเรื่องความปลอดภัยของโครงการเมกะโปรเจกต์ใต้ดิน
สำนักข่าว วิหคนิวส์
15 มกราคม 2569
