พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงกรณีที่คนรุ่นใหม่ อย่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จับมือ นายปิยบุตร แสงกนกกุล อ.นิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เตรียมตั้งพรรคการเมือง
inn-สู้กลุ่มการเมืองที่ตั้งพรรคที่สนับสนุน คสช. ว่า ก็ตั้งไปแต่อยู่ที่จะเลือกกันหรือไม่ ซึ่งขอให้พิจารณาท่าทีและนโยบายว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ในทุกพรรค ไม่ว่าจะพรรคเก่าหรือพรรคใหม่ ซึ่งเคยเตือนแล้วว่าต้องเลือกตั้ง
ให้ได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล
ส่วนที่กลุ่มกปปส.ของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เคยประกาศหนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป โดยไม่ตั้งพรรคการเมืองแล้ว ซึ่งไม่ว่ากลุ่มใดจะสนับสนุนก็ขอบคุณ แต่จะทำอย่างอื่นไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคลจะรักใครชอบใครก็เชียร์คนนั้น แต่จะได้หรือไม่ยังไม่รู้ เพราะตนเองไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้ อีกทั้งขณะนี้ก็ยังไม่มีใครติดต่อหรือทาบทามเข้ามามีเพียงพูดผ่านสื่อเท่านั้น แต่หากขอมาว่าจะสนับสนุน ตนจะรับหรือไม่ก็ไม่รู้ เพราะยังไม่ไปถึงจุดนั้นและยังปลดล็อคไม่ได้
พร้อมย้ำว่า ถ้ามีพรรคการเมืองติดต่อเข้ามา เพื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป จะต้องดูนโยบายของแต่ละคน และแต่ละพรรค เพราะตนคิดแบบประชาชน ว่าคนที่อยู่ในพรรคนั้นเป็นอย่างไร น่าเชื่อถือ โปร่งใส และมีความรอบรู้หรือไม่ เพราะการเป็นรัฐบาลไม่ได้เป็นเฉพาะ ส.ส. ที่รับฟังปัญหาจากประชาชนและชาวบ้านที่มายื่นแผนงานโครงการกับรัฐบาล
นายกฯยันยึดกฎหมายสอบโกงเงินคนยากไร้
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งหลังจากน้องนักศึกษาฝึกงานออกมาเปิดโปง ว่าขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบหลักฐาน ซึ่งหากมีหลักฐานก็สามารถที่จะดำเนินการกับผู้ที่กระทำความผิดได้ ทั้งนี้ ไม่อยากให้เกิดความเสียหาย และไม่อยากให้มีคาดการณ์ล่วงหน้า ซึ่งทุกอย่างต้องยึดตามกฎหมาย และต้องไปต่อสู้ตามกระบวนการศาล ขึ้นอยู่กับศาลพิจารณา เพราะศาลยึดตาม วัตถุพยาน และพยานบุคคลส่วนที่มีคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยเรียกร้องให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ในขณะนั้น ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พิจารณาตัวเอง และลาออกจากตำแหน่งนั้น ขณะนี้ยังไม่ใช่เวลา เพราะต้องรอการสอบสวน ตามกระบวนการทางกฎหมาย ที่อยู่ในขั้นตอนของการทำสำนวนเพื่อส่งฟ้องจึงต้องมีการสอบข้าราชการ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมหลักฐานในการสู้คดี ดังนั้นขออย่าตัดสินผู้อื่นด้วยความรู้สึก หรือเอามาเปรียบเทียบ
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ได้ถามสื่อมวลชน ระหว่างการแถลงผลการประชุมครมสัญจรจังหวัดเพชรบุรี ว่า เคยดูภาพยนตร์ต่างประเทศหรือไม่ ที่เวลาให้สัมภาษณ์สื่อ ในบทประธานาธิบดีหรือผู้นำประเทศ จะไม่ให้สื่อมวลชนถาม แล้วเราอยากให้เป็นแบบนั้นหรือไม่
นายกฯเมินผลโพลคะแนนลดขอบคุณคนให้กำลังใจ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึง กรณีที่มีผลโพลสำรวจความนิยมของรัฐบาลในช่วงใกล้ครบวาระของโรดแมป ที่ผลออกมาพบว่าคะแนนนิยมตกว่า หากสนใจเรื่องดังกล่าวคงไม่ต้องทำงานและต้องทำตามคะแนนโพล อีกทั้งการที่คะแนนตก แสดงว่ารัฐบาลทำงานได้ผล แต่หากทำตามใจคะแนนโพลก็จะสูงขึ้น จึงขอให้เลือกว่าจะปล่อยปะละเลย หรือจะบังคับใช้กฎหมาย แต่ขอบคุณคนที่ให้กำลังใจมาตลอด
ส่วนคนที่พูดให้ดูด้อยค่าก็ต้องขอบคุณ ที่ถือเป็นกระจกส่องให้ตนเอง แต่ก็ไม่ได้ถือมาเป็นอารมณ์ เพราะเชื่อมั่นในตนเองและคณะรัฐมนตรี อีกทั้งการทำงานของรัฐบาลไม่ได้ทำเพื่อเอาโพลหรือคะแนนนิยมแต่ทำตามข้อเท็จจริง จึงขอให้ไปดูว่าที่ผ่านมาตนเองทำอะไรไว้บ้างนอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกรณีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาของกัมพูชาว่า ขอให้ติดตามสถาการณ์การเมืองประเทศต่างๆ ว่าใครประธานาธิบดีหรือนายกรัฐมนตรีในประเทศต่างๆ แต่อย่าไปวิพากษ์วิจารณ์มากนัก เพราะโดยมารยาทเราไม่ควรไปวิจารณ์ประเทศอื่น แต่ควรดูแลสถานการณ์ในประเทศให้ดีที่สุดเพื่อให้ต่างประเทศไว้วางใจ
นายกฯย้ำคดี”เปรมชัย”ยึดขั้นตอนกฎหมาย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เรียกร้องให้ เปลี่ยนทีมทำคดี “นายเปรมชัย กรรณสูต” หลังคดีล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่ ไม่คืบหน้า และเตรียมชุมนุมเรียกร้องหากในสำนวนคดีที่ตำรวจจะส่งฟ้องศาล ไม่มีข้อหาเจตนาฆ่า ล่าสัตว์ป่า ว่า ยังไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ ทำอะไรเสียหายหรือยัง เพราะต้องทำตามพยานหลักฐาน พร้อมติงว่า เวลาเจ้าหน้าที่ทำงานแล้วออกมาชี้แจง ก็ไม่ถูกใจ หากไม่ชี้แจงก็หาว่าไม่รู้เรื่อง จนไม่รู้ว่าใครเป็นคนตรวจสอบกันแน่ จึงขอเน้นย้ำว่าให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียัง ระบุว่า วันนี้ยังอยู่ในกระบวนการสอบสวน ขออย่าตัดสินคนอื่นด้วยความรู้สึก ไม่ว่าคดีใดก็ตาม
นายกฯห่วงปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าระบาด
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงปัญหาการแพร่ระบาดโรคพิษสุนัขบ้า ที่ค่อนข้างรุนแรงในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่ารัฐบาลพยายามทำเต็มที่ และใส่ใจเป็นพิเศษ และนำแนวทางของ WHO มาปรับใช้ ซึ่งไทยก็เคยพูดคุยกับหน่วยงานดังกล่าว ว่าให้ความสำคัญกับโรคพิษสุนัขบ้า และโรคในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงโรคระบาดอื่นๆ ที่อาจหายไปแล้วกลับมารุนแรงมั้ย โรคที่ไม่ระบาด และโรคที่ดื้อยาต้านจุลชีพ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังเร่งรัดองค์กรเภสัชกรรมร่วมมือกับต่างประเทศในเรื่องการผลิตยาพิษสุนัขบ้า เพื่อให้มียาใช้เองในอนาคต และลดเรื่องค่าใช้จ่าย ส่วนที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีการเข้มงวดท้องถิ่นในการจัดซื้อวัคซีคนั้น ก็ถือเป็นเรื่องดีกว่าไม่เข้มงวด
นายกฯพอใจแก้ประมงรับแต่ยังมีปัญหาทับซ้อน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยถึงกรณีการแก้ไขการประมงผิดกฎหมายว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้พอใจในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีปัญหาที่มีการทับซ้อนกันเป็นระยะเวลาที่ยาวนานของผู้ประกอบการเรือประมง ที่มีการยึดต่อเกี่ยวพันกันทั้งข้าราชการ ผู้ประกอบการ ทั้งลูกจ้างทั้งไทยและต่างด้าว ซึ่ง 3 ปีที่ผ่านมารัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหามาโดยตลอด เช่น การขึ้นทะเบียน การตรวจสอบอาชญากรรม ที่ต้องดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับคนในประเทศ ต้องยอมรับว่าแรงงานประมงนั้นไม่ค่อยมีคนไทยประกอบจึงมีความจำเป็นที่ต้องใช้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทดแทน จึงต้องมีการดูแลสวัสดิภาพของแรงงานด้วย
พร้อมยังระบุว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าของระบบ VMS หรือระบบติดตามเรือประมง ในการควบคุมทั้งก่อนขึ้นฝั่งและหลังออกทำประมง ที่มีการดูแลทั้งหมด โดยยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการทำเพื่อ IUU อย่างเดียวนั่นเป็นเพียงการทำเพื่อสินค้าใหญ่ระดับประเทศ ที่มีมูลค่ากว่า 300,000 ล้านในการส่งขายต่างประเทศ แต่สิ่งที่สำคัญคือการดูแลคนไทยและทรัพยากรที่มีอยู่ มุ่งมั่นให้สามารถคุ้มครองและรักษาทรัพยากรทางการประมงของไทยให้ยั่งยืนมากที่สุด พร้อมกับให้กำลังใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงแรงงาน ที่กำลังปรับแผนเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว และปัญหาต่างๆ ไม่ใช่เกิดที่ไทยอย่างเดียว เพราะเกิดความล่าช้าจากประเทศเพื่อนบ้านด้วยเช่นกัน ซึ่งต้องหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการหนีและลักลอบเข้าประเทศของแรงงานต่างด้าว
สำนักข่าววิหคนิวส์



