ดร.สุกิจ พูนศรีเกษม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ได้โพสข้อความระบุว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ฟันธง สลากถูกรางวัลที่ “ เป็นของใคร แค่มีคนติดคุกแน่นอน เนื้อหา พยานหลักฐานที่กองบัญชาการตำรวจภูธรณ์ 7 และกองบัญชาการสอสวนกลางโดยมีกองบังคับการกองปราบ เป็นผู้มีอำนาจสอบสวนตามคำสั่งผู้บัญชาการตำรวจแหงชาติ
คำแถลง ของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีผู้บัญชาการสอบสวนกลางยืนยันต่อสื่อมวลชนว่า หมวดจรูญไม่มีหลักฐานอะไรเลยมาแสดงถึงที่มาของสลากว่าได้มาครอบครองอย่างไรให้แขวนไว้ก่อน ส่วนครูปรีชาฯนั่นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ จึงออหมายจับครูกับพยาน จะไม่ก้าวล่วงในคดีแพ่ง.
แต่คำพิพากษาศาลฎีกาที่ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอ้างนั้นอ้างนั้นแม้จะไม่มีกฏหมายห้ามท่านเอามาใช้ แต่ เป็นคำพิพากษาในคดีแพ่งส่วนหนึ่งมาดำเนินคดีกับครูปรีชาฯไหนบอกไม่กล้าล่วงไง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2578/2530
“เงื่อนไขการรับรางวัลที่ได้ระบุไว้ด้านหลังสลากกินแบ่งทุกฉบับว่าเงินรางวัลจะจ่ายแก่ผู้ถือสลากฉบับที่ถูกรางวัลนำมาขอรับ เป็นข้อกำหนดที่มี ไว้เพื่อจะจ่ายเงินให้เจ้าของสลากกินแบ่งที่แท้จริงป้องกันผู้ทุจริตแอบอ้างมารับเงินรางวัล เพื่อให้มีหลักฐานในการที่จะจ่ายเงินให้แก่ผู้ถูกรางวัลเท่านั้น ไม่ใช่ข้อกำหนดที่จะไม่จ่ายเงินรางวัลแก่ผู้ถูกรางวัลที่สลากหายไป เมื่อโจทก์เป็นเจ้าของสลากกินแบ่งที่ถูกรางวัล โจทก์จึงมีสิทธิที่จะได้รับรางวัลสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะอ้างข้อกำหนดนี้เพื่อไม่จ่ายเงินรางวัลให้แก่ถือสลากมาขึ้นเงินรางวัล
ข้อเท็จริงในคดีนี้ เจ้าของสลากกินแบ่งฯ..แต่ทำสลากกินแบ่งฯหาย..พอทราบว่าถูกรางวัล จึงไปขอรับเงินจากกองสลากฯ ..ปรากฎว่ากองสลากฯไม่ยอมจ่ายเงินให้ โดยอ้างว่า เขาไม่มีสลากกินแบ่งฯมาแสดง..เจ้าของสลากกินแบ่งฯ จึงเป็นโจทก์ฟ้องกองสลากฯเป็นจำเลยเป็นคดีแพ่ง เพื่อขอให้ศาลบังคับให้กองสลากฯจ่ายเงินรางวัล.. สรุปคำพิพากษาที่บัญชาการตำรวจแห่งชาติอ้างนั้นอ้างนั้น น่าจะเป็นผลดีกับฝ่ายครูนะครับ
คำพิพากษาศาลฎีกาตัดสินว่า ให้โจทก์ชนะ กองสลากฯต้องจ่ายเงินรางวัล โดยให้เหตุผลว่า เมื่อโจทก์พิสูจน์ได้ว่า เป็นเจ้าของสลากที่ถูกรางวัล.. ผู้ถือสลากไปขึ้นเงินรางวัล แม้เขาไม่ได้เป็นผู้ถือสลากกินแบ่งฯมายื่น.. กองสลากฯก็ต้องจ่ายเงินให้ จะไม่จ่าย โดยอ้างว่า เงื่อนไขการจ่ายต้องมีสลากกินแบ่งฯมาแสดง ไม่ได้……( หมายเหตุคดีแพ่งนะครับ)
เพราะเงื่อนไขนั้น มีไว้เพื่อป้องกัน คนอื่นที่มิใช่เจ้าของสลากกินแบ่งฯมาขอรับเงินเท่านั้น มิใช่เงื่อนไขที่จะไม่จ่ายเงินให้แก่เจ้าของแท้จริง.. เรามาดูข้อเท็จริง ที่ ผู้บัญชาการตำรวจแหงชาติอ้างตามแนวฎีกานั้น
#ข้อเท็จริง
เจ้าของสลากกินแบ่งฯ..แต่ทำสลากกินแบ่งฯหาย..พอทราบว่าถูกรางวัล จึงไปขอรับเงินจากกองสลากฯ ..ปรากฎว่ากองสลากฯไม่ยอมจ่ายเงินให้ โดยอ้างว่า เขาไม่มีสลากกินแบ่งฯมาแสดง..ตาม)ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 368 พระราชบัญญัติจัดตั้งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517 เจ้าของสลากกินแบ่งฯ จึงเป็นโจทก์ฟ้องกองสลากฯเป็นจำเลยเป็นคดีแพ่ง เพื่อขอให้ศาลบังคับให้กองสลากฯจ่ายเงินรางวัล..ความเห็นของผมในทางกฏหมายนะครับ
1. คดีนี้เป็นคำพิพากษาที่ตัดสินในคดีแพ่ง #ไม่ใช่คดีอาญาจึงนำมาเป็นแนวทางคดีอาญานั้นหาได้ไม่
ตำรวจเพียงอ้างเงื่อนไขกองสลากที่จะต้องจ่ายเงินรางวัลเป็นเจ้าของมาดำเนินคดีกับครูปรีชาฯให้เป็นผู้ร้ายของสังคมนั้น ย่อมขัดต่อหลักนิติธรรม เพราะคดียังมีการโต้แย้งสิทธิกันอยู่ นั้น ครูปรีชาฯถูกออกหมายจับ ย่อมเหนือความคลาดหมาย ต้องยอมรับว่าตำรวจมีความกล้าหาญจริงๆๆ
2. ส่วนในคดีแพ่งครูปรีชาฯครูปรีชา แต่อาจนำมาเป็นแนวทางในคดีแพ่งได้ว่า #เจ้าของสลากฯที่แท้จริงมีสิทธิดีกว่าผู้ถือสลากฯที่มิใช่เจ้าตามนัยคำพิพากษาดังกล่าวได้ การที่ตำรวจกองปราบและกองบัญชาการสอสวนกลางเอาเงื่อนไขของกองสลากว่าลุงจรูญเป็นผู้ถือมีสิทธิดีกว่านั้น มาดำเนินคดีกับครูนั้น อันตรายจริง ๆ แม้จะอ้างความเห็นทางวิทยาศาสตร์เป็นข้อบ่งชี้ มาวินิจฉัยว่า เป็นความผิดก็เป็นเพียงพยานบอกเล่า
เสรีภาพของบุคคลย่อมได้รับการคุ้มครองตามกฏหมาย ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีความเท่เทียมกันได้รับการคุ้มครองเหมือนกันศาลยังไม่มีคำพิพากษา คดียังมีการโต้แย้งสิทธิ์กันอยู่ แต่อีกฝ่ายหนึ่งกลับได้รับผลร้ายทำให้ผมคิดถึงคำให้สัมภาษท่านเลขาศาลยุติธรรม
สำนักข่าววิหคนิวส์



