4 พฤศจิกายน 2569
สถานการณ์ชายแดนไทย–เมียนมา ด้านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กลับมาตึงเครียด หลังเกิดการสู้รบอย่างต่อเนื่องระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังชนกลุ่มน้อยและกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมา บริเวณฝั่งจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา จนมีกระสุนและวัตถุระเบิดข้ามมาตกในพื้นที่ประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 25–29 ตุลาคม 2569 บริเวณพื้นที่บ้านนิละป่าน ฝั่งเมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านห้วยมหาวงศ์ หมู่ 9 ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
รายงานเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ระบุว่า มีระเบิดและกระสุนจากการสู้รบข้ามมาตกในเขตไทย ทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายมากกว่า 20 หลังคาเรือน และมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ โดยมีรายงานหญิงไทยวัย 55 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกาย ขณะหลบภัยอยู่ภายในบ้าน ก่อนเจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลแม่สอด
กองกำลังนเรศวรยิงเตือน 2 นัด ส่งสัญญาณหยุดใช้อาวุธข้ามแดน
หลังเกิดเหตุ หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ได้ดำเนินการยิงเตือนเมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. วันที่ 29 ตุลาคม 2569 โดยใช้กระสุนส่องสว่างและกระสุนควัน จำนวน 2 นัด ไปยังพื้นที่โล่งระหว่างคู่ขัดแย้งในฝั่งเมียนมา
การปฏิบัติการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งสัญญาณเตือนให้ยุติการใช้อาวุธที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและอธิปไตยของประเทศไทย โดยหน่วยทหารยืนยันว่าดำเนินการตามกฎการใช้กำลัง หรือ Rules of Engagement (ROE) อย่างเคร่งครัด
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ได้ร่วมกันดูแลพื้นที่และเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
กระสุนปืน ค. ตกบ้านคนไทย พบ RPG ไม่ระเบิด
จากการสำรวจความเสียหายในพื้นที่ตำบลมหาวัน พบว่าบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบมากกว่า 20 หลังคาเรือน โดยมีรายงานพบกระสุนปืนครกตกใส่บ้านประชาชน 1 หลัง และพบกระสุน RPG ตกในพื้นที่บ้านอีก 1 หลัง แต่ไม่เกิดการระเบิด
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากการปะทะฝั่งเมียนมามีการใช้อาวุธหนักและเกิดขึ้นใกล้แนวชายแดน ทำให้ชาวบ้านบางส่วนต้องเร่งหาที่หลบภัยและหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง
ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนูได้ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมมอบความช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และหารือแนวทางเยียวยาและซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย
สั่งเข้มชายแดน ระงับผ่อนผันนำเข้า–ส่งออกสินค้า 7 วัน
นอกจากการเพิ่มกำลังเฝ้าระวังแล้ว กองกำลังนเรศวรยังออกมาตรการควบคุมการผ่านแดน โดยขอให้ด่านศุลกากรแม่สอดระงับการผ่อนผันนำเข้าและส่งออกสินค้าผ่านช่องทางอื่นนอกเหนือจากช่องทางที่ได้รับอนุมัติ
มาตรการครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่บริเวณทิศใต้สะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา แห่งที่ 1 ในอำเภอแม่สอด รวมถึงพื้นที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เป็นระยะเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
เหตุผลสำคัญคือการควบคุมพื้นที่ชายแดนและป้องกันไม่ให้มีการลำเลียงสิ่งของจากฝั่งไทยข้ามไปสนับสนุนการสู้รบของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในเมียนมา
รัฐบาลไทยประสานเมียนมา เตรียมมาตรการรักษาอธิปไตย
ด้านฝ่ายความมั่นคงของไทยระบุว่า ได้ดำเนินการประสานและทำหนังสือประท้วงไปยังทางการเมียนมาผ่านช่องทางกระทรวงการต่างประเทศแล้ว เพื่อแจ้งให้ทราบถึงผลกระทบจากการสู้รบที่ทำให้กระสุนข้ามเข้ามายังประเทศไทย
ขณะเดียวกัน กองทัพเตรียมความพร้อมด้านกำลังพลและยุทโธปกรณ์ เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยย้ำถึงความจำเป็นในการระมัดระวังการใช้อาวุธของทุกฝ่าย เนื่องจากความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้กระสุนตกข้ามมายังพื้นที่พลเรือนฝั่งไทยได้
สถานการณ์ชายแดนแม่สอดจึงยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความปลอดภัยของประชาชนในตำบลมหาวันและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงมาตรการของกองกำลังนเรศวรในการปกป้องอธิปไตยและป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งในประเทศเพื่อนบ้านลุกลามเข้ามากระทบประเทศไทย
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: สำนักข่าวไทย, BBC News ไทย, สำนักข่าวแนวหน้า, JS100, ข่าวสด และกองกำลังนเรศวร
#ชายแดนไทยเมียนมา #แม่สอด #ห้วยมหาวงศ์ #กองกำลังนเรศวร #ฉกราชมนู #เมียนมาสู้รบ #กระสุนข้ามแดน #ความมั่นคงชายแดน #สำนักข่าววิหคนิวส์
