ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาเผชิญแรงเทขายอย่างหนักในการซื้อขายวันสุดท้ายของเดือนตุลาคม เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2569 โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังนักลงทุนผิดหวังกับผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ และกังวลต่อเม็ดเงินลงทุนมหาศาลในธุรกิจ AI
ข้อมูลตลาดหุ้นนิวยอร์กระบุว่า ดัชนีหลักของสหรัฐฯ ปิดตลาดเคลื่อนไหวในแดนลบ ได้แก่
* ดาวโจนส์ (Dow Jones) อยู่ที่ 51,952 จุด ลดลง 389 จุด หรือ 0.74%
* เอสแอนด์พี 500 (S&P 500) อยู่ที่ 7,598 จุด ลดลง 122 จุด หรือ 1.98%
* แนสแด็ก (Nasdaq) อยู่ที่ 25,522 จุด ลดลง 662 จุด หรือ 2.53%
Nasdaq สูญมูลค่ากว่า 2.6 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนเดียว
รายงานระบุว่า ในเดือนตุลาคม Nasdaq ซึ่งมีบริษัทเทคโนโลยีจดทะเบียนอยู่เป็นจำนวนมาก เผชิญความเสียหายด้านมูลค่าตลาดรวมมากกว่า 2.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 87.6 ล้านล้านบาท โดยดัชนีปิดเดือนลดลงสุทธิมากกว่า 5.8%
หากนับตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นมา มูลค่าตลาดหุ้นดังกล่าวลดลงรวมสูงถึงประมาณ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 170 ล้านล้านบาท ตามข้อมูลที่รายงาน
ผิดหวังผลประกอบการ Google จุดชนวนความกังวลหุ้นเทคโนโลยี
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาด คือความผิดหวังของนักลงทุนต่อผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัท Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google ทั้งในด้านรายได้โดยรวมและรายได้จากธุรกิจโฆษณา ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัท
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาภาระการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในเทคโนโลยี AI ทั้งการพัฒนาระบบค้นหาข้อมูล การแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ และการรับมือคู่แข่งรายใหม่ในธุรกิจบริการค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูล
ความกังวลดังกล่าวยังขยายไปถึงบริษัทเทคโนโลยีรายอื่นที่ทยอยประกาศผลประกอบการในช่วงฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการระดมทุนและการกู้ยืมเงินจำนวนมากเพื่อนำไปลงทุนในธุรกิจ AI ซึ่งอาจทำให้ภาระหนี้สูงเกินกว่าพื้นฐานทางการเงินของบางบริษัท
Amazon ร่วง 6% อินเทลดิ่ง 21%
แรงขายหุ้นเทคโนโลยีส่งผลให้ราคาหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง โดย Amazon.com ร่วงลงประมาณ 6% ขณะที่ Intel ดิ่งลงถึง 21% ส่วน SanDisk ลดลงประมาณ 3%
การปรับตัวลงของหุ้นเหล่านี้สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อแนวโน้มผลประกอบการ ต้นทุนการลงทุน และความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีในระยะต่อไป
GDP สหรัฐฯ โตเกินคาด แต่ตลาดยังกังวลเงินเฟ้อและดอกเบี้ย
แม้เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาในไตรมาส 3 จะขยายตัวได้ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เติบโต 3.4% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 3.1% แต่ข้อมูลดังกล่าวยังไม่สามารถช่วยลดแรงกดดันในตลาดหุ้นได้
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นตามที่ตลาดคาดการณ์ โดยนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายของ Fed มาเป็นเวลานาน
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบปิดตลาดปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 115 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ทรงตัว
ด้านการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ย นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอีก 0.25% ในการประชุมเดือนธันวาคม โดยขยับขึ้นมาอยู่ที่ 86% จากเดิม 83% ตามข้อมูลที่รายงาน
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: BTimes
#ตลาดหุ้นสหรัฐ #Nasdaq #DowJones #SP500 #หุ้นเทคโนโลยี #หุ้นAI #Alphabet #Google #Amazon #Intel #Fed #เศรษฐกิจสหรัฐ #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าววิหคนิวส์
