กรุงเทพฯ | 1 สิงหาคม 2569 – กระแสคดี “ฮั้วเลือก ส.ว.” กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังมีการเผยแพร่บทวิเคราะห์ของ ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริต ระบุว่า หาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งคำร้องต่อศาล และศาลรับพิจารณาคดีจากพยานหลักฐานจำนวนมาก อาจนำไปสู่ผลกระทบทางการเมืองเป็นวงกว้าง แต่ไม่ได้หมายความว่า ส.ว. หรือรัฐบาลจะพ้นจากตำแหน่งโดยอัตโนมัติ
ดร.ดิเรกฤทธิ์ประเมินว่า ฉากทัศน์ที่รุนแรงที่สุดคือ ส.ว.จำนวนมากอาจถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างพิจารณาคดี ทำให้การทำงานของวุฒิสภาติดขัด กระทบการให้ความเห็นชอบบุคคลในองค์กรอิสระ การพิจารณากฎหมาย และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะที่หากศาลวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งไม่สุจริต อาจมีการเพิกถอนสิทธิของผู้เกี่ยวข้องเป็นรายบุคคล และขยายผลไปถึงผู้จัดตั้ง นักการเมือง พรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่รัฐ หากมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงตามกฎหมาย
ก่อนหน้านี้ คดีดังกล่าวเป็นที่จับตาของสังคมอย่างต่อเนื่อง โดย กกต.ยืนยันว่าการพิจารณาทุกขั้นตอนยึดตามพยานหลักฐาน ไม่ได้ตั้งธงล่วงหน้า และจะดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายอย่างรอบคอบ ขณะที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้ปล่อยให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาดข้อเท็จจริงเพื่อยุติข้อสงสัยของสังคม
ดร.ดิเรกฤทธิ์ย้ำว่า การส่งคดีเข้าสู่ศาลไม่ใช่การตัดสินว่าผู้ถูกร้องมีความผิด และผู้ถูกกล่าวหาทุกคนยังได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด โดยมองว่ากระบวนการยุติธรรมคือกลไกที่จะคลี่คลายข้อสงสัยของประเทศ ไม่ใช่ต้นเหตุของวิกฤตการเมือง หากท้ายที่สุดพิสูจน์ได้ว่ามีการกระทำผิดจริง จึงจะเกิดผลทางกฎหมายตามลำดับ
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: Facebook ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม, สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), ไทยรัฐ, ThaiPost, THE STANDARD
ฮั้วสว #กกต #วุฒิสภา #ศาล #การเมืองไทย #ดิเรกฤทธิ์เจนครองธรรม #ข่าวการเมือง #สำนักข่าววิหคนิวส์

