วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.30 น. (เวลาท้องถิ่นเวเนซุเอลา) ประชาชนในกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา ต่างแตกตื่นและพากันบันทึกภาพ เมื่อท้องฟ้ายามเย็นทั่วเมืองเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มราวเลือด ปกคลุมเหนืออาคาร บ้านเรือน และแนวภูเขารอบเมือง กลายเป็นภาพสุดประหลาดที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกออนไลน์
รายงานระบุว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวมีชื่อเรียกในเวเนซุเอลาว่า “Candilazo” เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการกระเจิงของแสงแบบเรย์ลี (Rayleigh Scattering) ซึ่งทำให้แสงสีฟ้าและม่วงที่มีความยาวคลื่นสั้นถูกกระเจิงออกไปมาก ขณะที่แสงสีแดงและสีส้มซึ่งมีความยาวคลื่นยาวกว่าเดินทางถึงสายตาผู้คนได้เด่นชัด จึงทำให้ท้องฟ้าปรากฏเป็นสีแดงจัดอย่างน่าทึ่ง
นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ครั้งนี้ความเข้มของสีแดงอาจรุนแรงเป็นพิเศษจากฝุ่นละอองขนาดเล็กในชั้นบรรยากาศ รวมถึงฝุ่นซาฮาราจากแอฟริกา ที่ลอยข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเข้ามาเสริมการกระเจิงของแสง ทำให้สีแดงเด่นชัดกว่าปกติอย่างมาก
นอกจากนี้ หลายคนเชื่อมโยงปรากฏการณ์ดังกล่าวกับเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ขนาด 7.2 และ 7.5 ที่เพิ่งเกิดขึ้นในเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 จนเกิดกระแสข่าวลือว่าอาจเป็น “ลางเตือนภัย” หรือปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยืนยันตรงกันว่า ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าท้องฟ้าสีแดงเกี่ยวข้องกับแผ่นดินไหวโดยตรง แม้ฝุ่นจากซากอาคารที่ถล่มอาจช่วยเพิ่มความเข้มของสีได้บ้าง แต่ต้นเหตุหลักยังคงเป็นสภาพบรรยากาศและมุมตกกระทบของแสงอาทิตย์เท่านั้น
ปรากฏการณ์ “Candilazo” เคยเกิดในหลายประเทศแถบแคริบเบียนและอเมริกาใต้ แต่การที่ท้องฟ้ากลายเป็นสีแดงฉานทั่วเมืองระดับนี้ถือว่าหาชมได้ยากมาก จนชาวเมืองจำนวนมากยอมรับว่า ไม่เคยเห็นภาพลักษณะนี้มาก่อนในชีวิต
ภาพและคลิปจากโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะจากบัญชี X @MonitorNewsve ถูกแชร์อย่างรวดเร็ว หลายคนเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็นหนึ่งในภาพประวัติศาสตร์ของกรุงการากัส
แม้จะดูน่ากลัว แต่ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า นี่คือความงดงามทางฟิสิกส์ของธรรมชาติ มากกว่าจะเป็นสัญญาณอันตราย
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: X @MonitorNewsve / India Today Science / Republic World / รายงานนักอุตุนิยมวิทยา
เวเนซุเอลา #Caracas #Candilazo #RayleighScattering #ท้องฟ้าสีแดง #RedSky #ข่าวต่างประเทศ #ปรากฏการณ์ธรรมชาติ #วิหคนิวส์




