โลกกำลังเข้าสู่ “สงครามอำนาจรูปแบบใหม่” หรือ Power War ที่ไม่ได้วัดกันด้วยจำนวนรถถัง เรือรบ หรือขีปนาวุธเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนเป็นสงครามข้อมูล สงครามเงินตรา สงครามเทคโนโลยี สงครามชิป และสงครามปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI
ดุลย์ จุลกะเศียน นักวิเคราะห์ สำนักข่าววิหคนิวส์ รายงานว่าจากการถอดบทเรียนประวัติศาสตร์ตามแนวทาง REMORA พบว่า ตลอด 5,000 ปีที่ผ่านมา มนุษยชาติไม่เคยพ้นจากเกมแย่งชิงอำนาจ เพียงแต่สนามรบเปลี่ยนไปตามยุคสมัย
ยุคก่อนประวัติศาสตร์ อำนาจอยู่ที่ผู้คุมอาหาร น้ำ และที่ดิน ผู้ใดควบคุมแหล่งน้ำ ผู้นั้นควบคุมประชากรยุคอารยธรรมโบราณ อียิปต์ เมโสโปเตเมีย อินเดีย และจีน ใช้แม่น้ำเป็นฐานสร้างรัฐ กองทัพ และศาสนา
เมื่อเข้าสู่ยุคการค้า เส้นทางสายไหมกลายเป็นหัวใจของอำนาจ จีน โลกอิสลาม และยุโรป ต่างแข่งขันกันเพื่อควบคุมสินค้า ความรู้ และเส้นทางเดินทาง
ต่อมาเมื่อ 500 ปีก่อน ยุโรปเข้าสู่ยุคล่าอาณานิคม โปรตุเกส สเปน อังกฤษ ฝรั่งเศส และดัตช์ ใช้เรือ ปืน และเงินตรา ขยายอำนาจไปทั่วโลก
ช่วง 200 ปีก่อน การปฏิวัติอุตสาหกรรมทำให้อังกฤษกลายเป็นมหาอำนาจ เพราะควบคุมถ่านหิน เครื่องจักร และการผลิต
เมื่อ 100 ปีก่อน น้ำมันกลายเป็นทรัพยากรยุทธศาสตร์ โลกเข้าสู่สงครามใหญ่ และก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ระบบพันธมิตรของยุโรปทำให้เหตุการณ์เล็กสามารถลุกลามเป็นสงครามใหญ่ได้
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐอเมริกาก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจนำของโลก ผ่านระบบการเงิน Bretton Woods เงินดอลลาร์ กองทัพ เทคโนโลยี และสถาบันระหว่างประเทศ
ในยุคสงครามเย็น ไทยเลือกวางตัวเป็นรัฐกันชน และใช้ยุทธศาสตร์สมดุลอำนาจระหว่างมหาอำนาจตะวันตก จีน และภูมิภาคอินโดจีน จนสามารถรักษาเอกราชและความต่อเนื่องทางรัฐไว้ได้
ปัจจุบัน เกมมหาอำนาจกำลังเปลี่ยนอีกครั้ง สหรัฐฯ ยังครองระบบการเงิน เทคโนโลยีขั้นสูง และเครือข่ายพันธมิตร ขณะที่จีนก้าวขึ้นมาเป็นฐานการผลิต ห่วงโซ่อุปทาน และอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของโลก
ตามแนว REMORA สหรัฐฯ และจีนเปรียบเหมือน Whales หรือวาฬมหาอำนาจ ส่วนรัสเซีย อินเดีย ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป คือ Sharks หรือฉลามระดับภูมิภาค ขณะที่ประเทศขนาดกลางอย่างไทยต้องเล่นบท Remora คือไม่ปะทะตรง แต่เกาะกระแสอำนาจเพื่ออยู่รอดและเติบโต
บทเรียนสำคัญคือ ประเทศเล็กไม่จำเป็นต้องชนะมหาอำนาจ แต่ต้องรู้ว่าใครกำลังเล่นเกมอะไร และต้องไม่ยอมให้ตนเองกลายเป็นเพียงสนามรบของผู้อื่น
สำหรับไทย จุดแข็งคืออาหาร การท่องเที่ยว ภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม และความสามารถในการประนีประนอม แต่จุดอ่อนคือเทคโนโลยีขั้นสูง นวัตกรรม พลังงาน ประชากรสูงวัย และระบบการศึกษาที่ต้องเร่งปรับตัว
ดุลย์ นักวิเคราะห์มองว่า ภารกิจสำคัญของไทยในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่การเลือกข้างมหาอำนาจแบบสุดโต่ง แต่คือการสร้าง “อำนาจภายใน” ให้แข็งแรง ทั้งอาหาร พลังงาน เทคโนโลยี การศึกษา เงินทุน และข้อมูล
เพราะในโลกยุคใหม่ ผู้ที่คุมอาหาร คุมประชากร ผู้ที่คุมพลังงาน คุมเศรษฐกิจ ผู้ที่คุมเงินตรา คุมการค้า ผู้ที่คุมข้อมูล คุมความคิด และผู้ที่คุมเทคโนโลยี คุมอนาคต
บทสรุปของเกมมหาอำนาจโลกจึงชัดเจนว่า โลกไม่เคยหยุดทำสงคราม เพียงแต่เปลี่ยนจากสงครามดาบ เป็นสงครามปืน จากสงครามปืนเป็นสงครามน้ำมัน จากสงครามน้ำมันเป็นสงครามเศรษฐกิจ และขณะนี้กำลังเข้าสู่สงคราม AI อย่างเต็มรูปแบบ
ดุลย์ จุลกะเศียน
นักวิเคราะห์ สำนักข่าววิหคนิวส์
13 มิถุนายน 2569
อ้างอิง 1. Federal Reserve History : Creation of the Bretton Woods System
2. World Bank : Global Value Chains
3. OECD Economic Surveys : Thailand 2025
4. Reuters : China exports and global AI supply chain
5. UNCTAD : Critical minerals and global trade fragmentation
#PowerWar#REMORA#เกมมหาอำนาจโลก#สหรัฐจีน#ภูมิรัฐศาสตร์#สงครามAI#ประเทศไทย#สำนักข่าววิหคนิวส์
