21 กันยายน 2569
เศรษฐกิจไทยยังต้องรับมือกับหลายปัจจัยกดดัน ทั้งทิศทางดอกเบี้ยโลก ราคาพลังงาน และปัญหาหนี้ครัวเรือน ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัว 2.3% และปี 2570 ขยายตัว 1.8%
คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี โดยประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันยังเป็นระดับที่ผ่อนคลายและช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ต้องติดตามความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและคุณภาพสินเชื่อของกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด (Isranews)
ด้านค่าเงินบาท ข้อมูลของ ธปท. ณ วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ระบุว่าเงินบาทอ่อนค่าลงประมาณ 5.7% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐนับจากต้นปี โดยการอ่อนค่ามีปัจจัยสำคัญจากทิศทางเงินดอลลาร์และนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ขณะที่ ธปท. ระบุว่าติดตามความเคลื่อนไหวของเงินบาทอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีที่มีความผันผวนมากเกินควร (Isranews)
ธปท.ประเมินว่าเงินบาทที่เคลื่อนไหวอย่างมีเสถียรภาพสามารถช่วยสนับสนุนภาคส่งออกได้ แต่ภาพรวมเศรษฐกิจยังขยายตัวในระดับต่ำและไม่ทั่วถึง โดย SMEs ยังเผชิญข้อจำกัดและการแข่งขันสูง ขณะที่ครัวเรือนส่วนใหญ่ถูกกดดันจากรายได้ที่ชะลอตัวและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกระทบต่อการบริโภคภาคเอกชน (Isranews)
อีกประเด็นสำคัญคือ ภาระหนี้ของครัวเรือนและคุณภาพสินเชื่อ โดยสินเชื่อรวมยังขยายตัวในระดับต่ำ สถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มลูกหนี้ที่มีความเสี่ยง ขณะที่สินเชื่อ SMEs ยังคงหดตัว และ ธปท.ให้ติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของ SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบางอย่างต่อเนื่อง (Isranews)
ขณะเดียวกัน ปัจจัยด้านราคาพลังงานยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อเงินเฟ้อและต้นทุนของภาคธุรกิจ โดย ธปท.ระบุว่าราคาพลังงานและต้นทุนการผลิตยังต้องติดตาม รวมถึงความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ (Isranews)
ภาพรวมจึงเป็นเศรษฐกิจที่ยังมีแรงส่งจากการส่งออกและการลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและ AI แต่ยังมีข้อจำกัดจากกำลังซื้อภายในประเทศ ภาระหนี้ และความเสี่ยงจากต้นทุนและภาวะเศรษฐกิจโลก
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ธนาคารแห่งประเทศไทย, สำนักข่าวอิศรา (Isranews)
#เศรษฐกิจไทย #ธปท #ดอกเบี้ยนโยบาย #เงินบาท #หนี้ครัวเรือน #GDP #น้ำมัน #เงินเฟ้อ #SME #เศรษฐกิจโลก
