วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 12.48 น. บรรยากาศการเมืองและวงการราชการร้อนระอุขึ้นทันที หลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาแถลงตอบโต้กระแสวิจารณ์กรณี ทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น อย่างดุเดือด พร้อมประกาศชัด “ใครผิดโดนหมด ไม่มีช่วย ไม่มีเว้น”
นายอนุทินปฏิเสธกระแสข่าวที่พยายามโยงคดีดังกล่าวเข้ากับ ความขัดแย้งทางการเมืองภายในพรรคสีน้ำเงิน โดยยืนยันว่าเรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกับเกมการเมืองแม้แต่น้อย แต่เป็นปัญหาทุจริตเชิงระบบที่ต้องถูกถอนรากถอนโคน
“นี่ไม่ใช่แค่การสืบสวนหาข้อเท็จจริง แต่ไปถึงขั้นตรวจสอบเส้นทางการเงินแล้ว ใครเกี่ยวข้องก็โดนหมด”
เบื้องลึก! แก้ไฟล์คะแนนกลางระบบ
นายอนุทินเผยว่า การทุจริตครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการล็อบบี้ธรรมดา แต่ถึงขั้น แฮกหรือแก้ไขไฟล์ข้อมูลคะแนนสอบในระบบคอมพิวเตอร์
จากการตรวจสอบพบความผิดปกติชัดเจน
- คะแนนใน กระดาษคำตอบต้นฉบับ เป็นตัวเลขหนึ่ง
- แต่คะแนนใน ฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ กลับเปลี่ยนเป็นอีกตัวเลขหนึ่ง
เจ้าตัวเปรียบเทียบพฤติกรรมผู้กระทำผิดว่า
“เหมือนคนกำลังจะจมน้ำ ทำทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอด”
พร้อมย้ำว่า ยุคนี้การแก้ไฟล์ดิจิทัลหนีไม่พ้น เพราะทุกอย่างมี Time Stamp, Log File และหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์
ซัดแรง! ซื้อขายตำแหน่งคือบ่มเพาะความชั่ว
ช่วงหนึ่งของการแถลง นายอนุทินแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนต่อขบวนการซื้อขายตำแหน่งในระบบราชการ โดยระบุว่า หากปล่อยให้คนใช้เงินซื้อเก้าอี้ตั้งแต่วันแรกของการรับราชการ เท่ากับเป็นการสร้างวงจรคอร์รัปชันระยะยาว
“ถ้าซื้อขายตำแหน่งตั้งแต่เข้ารับราชการ เท่ากับส่งเสริมให้ทำความชั่วไปอีก 30 ปี”
คำพูดดังกล่าวสะท้อนว่า เป้าหมายของรัฐบาลไม่ได้หยุดแค่การจับคนแก้คะแนน แต่ต้องสาวถึง ผู้บงการ-ผู้สั่งการ-ผู้รับผลประโยชน์
แตกหักกับ กสถ.?
ประเด็นที่ถูกจับตาหนักที่สุด คือคำพูดของนายอนุทินเกี่ยวกับ คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.)
เจ้าตัวเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ สั่งชะลอการบรรจุ ผู้สอบผ่านไว้ก่อน เพราะเริ่มเห็นความผิดปกติ แต่ กสถ. กลับเดินหน้าบรรจุต่อ
คำเตือนของอนุทินชัดเจนและรุนแรง
“ผมสั่งชะลอแล้ว แต่เขาไม่ชะลอ ใครทำเกินอำนาจที่ผมมีอยู่ คนนั้นต้องรับผิดชอบ”
คำพูดนี้ยิ่งเพิ่มแรงสั่นสะเทือน เพราะสะท้อนความขัดแย้งเชิงอำนาจภายในกลไกบริหารสอบอย่างชัดเจน
7 หน่วยงานลุยพร้อมกัน
ขณะนี้มี 7 หน่วยงานรัฐ ร่วมกันตรวจสอบคดีดังกล่าว ทั้งด้าน
- วินัยราชการ
- อาชญากรรมไซเบอร์
- เส้นทางการเงิน
- การฟอกเงิน
- การทุจริตเชิงนโยบาย
แหล่งข่าวประเมินว่า คดีนี้อาจไม่จบเพียง ข้าราชการระดับปฏิบัติการ แต่มีโอกาสลากไปถึง ตัวละครระดับสูง ที่อยู่เบื้องหลัง
หากพบหลักฐานเชื่อมโยงการซื้อขายตำแหน่งหรือล็อกผลสอบจริง คดีนี้อาจกลายเป็น มหากาพย์โกงสอบครั้งใหญ่ที่สุดของระบบท้องถิ่นไทย
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: รายงานข่าวการแถลงของนายอนุทิน ชาญวีรกูล / สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล
