วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2569
กองทัพเมียนมาออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน จากกรุงเนปิดอว์ กล่าวหา KNU, KNLA, CRPH, NUG และ PDF ว่าดำเนินกิจกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเมียนมา พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าทหารเมียนมาใช้อาวุธยิงข้ามมายังฝั่งไทยจนทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ
กรณีเหตุการณ์วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ซึ่งมีรายงานพลเรือนไทยได้รับบาดเจ็บจากอาวุธปืนกลหนักขนาด 12.7 มม. กองทัพเมียนมาระบุว่าอาวุธดังกล่าวไม่ใช่อาวุธที่กองทัพเมียนมาใช้ในลักษณะดังกล่าว และยืนยันว่าได้ชี้แจงต่อผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพไทยแล้ว
กองทัพเมียนมายังกล่าวหากลุ่มต่อต้านว่าเป็นผู้ยิงอาวุธเข้าไปในเขตประเทศไทย เพื่อสร้างความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ แต่ข้อกล่าวหานี้ยังไม่มีผลการตรวจสอบอิสระยืนยันผู้ยิงอย่างเด็ดขาด
แถลงการณ์ยังปฏิเสธข่าวลือเกี่ยวกับการโจมตีหรือวางระเบิดโกดังสินค้าในฝั่งไทย พร้อมกล่าวหาว่ากลุ่มต่อต้านเผยแพร่ข้อมูลเพื่อสร้างความตื่นตระหนก
ฝ่ายเมียนมายืนยันว่าไทยและเมียนมามีความสัมพันธ์ในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ตามธรรมชาติ และเคารพอธิปไตยของประเทศไทย
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนว่า ไทยได้แจ้งความกังวลต่อรัฐบาลเมียนมา และเพิ่มมาตรการลาดตระเวนเพื่อรักษาความปลอดภัยชายแดน
ขณะที่ KNU ออกแถลงการณ์กล่าวหากองทัพเมียนมาโจมตีพื้นที่ใกล้ชายแดนเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม จนสิ่งปลูกสร้างในฝั่งไทยเสียหาย 17 หลัง
ทั้งสองฝ่ายยังคงกล่าวหากันเกี่ยวกับเหตุการณ์ชายแดน ขณะที่ไทยติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงและดูแลความปลอดภัยของประชาชน
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: Myanmar International TV, Khaosod English, Democratic Voice of Burma, Myanmar Now, BNI
#เมียนมา #ไทยเมียนมา #ชายแดนไทยเมียนมา #กองทัพเมียนมา #KNU #KNLA #NUG #PDF #แม่สอด #ตาก #สงครามข่าวสาร #ข่าวชายแดน #วิหคนิวส์
