6 พฤศจิกายน 2569
ศึกกฎหมายเลือก สว. ร้อนระอุ! หลังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำสั่งเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ไม่อนุญาตให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เลื่อนคดีหมายเลขดำที่ ลต สว 8/2569 ระหว่างนายดิเรก พรสีมา ผู้ร้อง กับ กกต. ผู้คัดค้าน แม้ กกต. จะมีมติ 5 ต่อ 2 เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปัญหาอำนาจหน้าที่
ศาลฎีกาให้เหตุผลว่า ยังปรากฏเพียงมติของ กกต. แต่ไม่มีหลักฐานว่าได้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว จึงไม่มีเหตุสมควรเลื่อนคดี พร้อมไม่อนุญาตให้นายดิเรกแก้ไขคำร้อง เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนผู้คัดค้านและเพิ่มคำขอใหม่
ศาลกำหนดไต่สวนพยานฝ่ายนายดิเรก 3 ปาก วันที่ 21 ธันวาคม 2569 และฝ่าย กกต. 2 ปาก วันที่ 22 ธันวาคม 2569 โดยมีประเด็นหลักว่า การที่ กกต. สั่งไม่รับคำร้องของนายดิเรกไว้พิจารณา ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ย้อนกลับไปวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 ให้เสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 210 (2) เพื่อวินิจฉัย 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
ประเด็นแรก คำสั่งรับสมัครและประกาศรายชื่อผู้สมัคร สว. ของผู้อำนวยการเลือกระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ มีความเป็นที่สุด ไม่อาจตรวจสอบได้อีกหรือไม่ ยกเว้นกรณีตามมาตรา 63
ประเด็นที่สอง คำวินิจฉัย กกต. ตามมาตรา 60 วรรคสอง และมาตรา 62 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561 มีความเป็นที่สุด จนไม่อาจยื่นให้ศาลฎีกาตรวจสอบหรือทบทวนได้หรือไม่
ด้านนายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เผยแพร่บทความวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 14/2566 ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2566 ซึ่งวางหลักเกี่ยวกับอำนาจ กกต. ไว้ 3 กรณี
ได้แก่ การวินิจฉัยสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและการแบ่งเขตเลือกตั้ง ไม่เป็นที่สุด สามารถตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายได้ ส่วนการสั่งนับคะแนนใหม่หรือออกเสียงลงคะแนนใหม่ก่อนประกาศผล เป็นการใช้อำนาจอันเป็นที่สุดของ กกต.
นายวัสเห็นว่า คำสั่งรับสมัครและประกาศรายชื่อผู้สมัคร สว. 3 ราย ได้แก่ นายบัลลังค์ ศรีมงคล นางวรรษมนต์ คุณแสน และนางทองเสียน วงษ์ประจันทร์ ไม่เป็นที่สุด จึงสามารถถูกตรวจสอบได้ตามกฎหมาย เว้นแต่กรณีหลังประกาศผลที่เกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้าม ซึ่งอยู่ในอำนาจศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 63
พร้อมระบุว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 210 (2) ว่าด้วยข้อพิพาทอำนาจหน้าที่ระหว่างองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้กำหนดให้ศาลยุติธรรมอยู่ในกลุ่มองค์กรดังกล่าว จึงเห็นว่า กกต. ไม่อาจใช้ช่องทางนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาเปลี่ยนแปลงการพิจารณาคดีของศาลฎีกาได้
นายวัสยังชี้ว่า มาตรา 60 และมาตรา 62 เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิในกรณีที่กฎหมายกำหนด ไม่ได้บัญญัติให้คำวินิจฉัย กกต. เป็นที่สุดในทุกกรณี
ขณะที่รัฐธรรมนูญมาตรา 212 กำหนดกระบวนการส่งปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของบทบัญญัติกฎหมายให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยศาลที่พิจารณาคดีสามารถดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้ แต่ต้องรอการพิพากษาตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
คดี ลต สว 8/2569 จึงเดินหน้าสู่การไต่สวนพยานวันที่ 21–22 ธันวาคม 2569 ท่ามกลางข้อโต้แย้งทางกฎหมายเกี่ยวกับความเป็นที่สุดของมติ กกต. และขอบเขตอำนาจศาลฎีกาในการตรวจสอบคำสั่งเกี่ยวกับการเลือก สว.
นายอินทร์
สำนักข่าววิหคนิวส์ รายงาน
อ้างอิง:
บทความนายวัส ติงสมิตร วันที่ 4 และ 6 พฤศจิกายน 2569
รายงานข่าวเนชั่นทีวี ไทยโพสต์ และมติชน วันที่ 3–6 พฤศจิกายน 2569
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 14/2566 ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2566
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 210 และ 212
พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561 มาตรา 60, 62 และ 63
#ศาลฎีกา #กกต #มติ5ต่อ2 #วัสติงสมิตร #คดีเลือกสว #ศาลรัฐธรรมนูญ #มาตรา210 #อำนาจศาล #กฎหมายมหาชน #การเมืองไทย #วิหคนิวส์
