สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุการณ์เครื่องบินเจ็ตส่วนบุคคล Learjet 60 ประสบอุบัติเหตุตกในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องเสียชีวิตทั้งหมด 9 คน หลังนักบินแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านวิทยุสื่อสาร และรายงานว่าเครื่องบินกำลังลดระดับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะขาดการติดต่อและพุ่งกระแทกพื้นจนเกิดระเบิดไฟลุกท่วม
เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 12.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น บริเวณ Military Trail ในเขตปาล์มบีชเคาน์ตี ใกล้พื้นที่ Lake Worth Beach และ Greenacres รัฐฟลอริดา เครื่องบิน Learjet 60 หมายเลขทะเบียน N722BD เดินทางออกจากสนามบิน Austin-Bergstrom International Airport รัฐเท็กซัส มุ่งหน้าไปยังสนามบิน North Eleuthera ประเทศบาฮามาส
รายงานระบุว่าเครื่องบินมีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 9 คน และเสียชีวิตทั้งหมดจากอุบัติเหตุครั้งนี้
เปิดเสียงวิทยุสื่อสาร นาทีวิกฤตบนท้องฟ้า
สิ่งที่สร้างความสะเทือนใจคือเสียงบันทึกการติดต่อระหว่างนักบินกับหอบังคับการบินในช่วงก่อนเกิดเหตุ ซึ่งมีการรายงานสภาพอากาศและปัญหาที่เกิดขึ้นกับเครื่องบิน
ก่อนเข้าสู่ช่วงวิกฤต นักบินรายงานว่ามีน้ำแข็งเกาะเครื่องบินและเผชิญกับความปั่นป่วนของอากาศ พร้อมแจ้งว่ามีฝนและสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย
ต่อมามีการแจ้งเหตุฉุกเฉิน Mayday และรายงานว่าเครื่องบินกำลังลดระดับอย่างรวดเร็ว โดยมีข้อความสำคัญตามรายงานเสียงวิทยุสื่อสาร ได้แก่
- เครื่องบินกำลังลดระดับด้วยอัตราประมาณ 10,000 ฟุตต่อนาที
- นักบินรายงานว่าเครื่องบินอยู่ในภาวะความเร็วเกินกำหนด หรือ Overspeed และลดระดับประมาณ 20,000 ฟุตต่อนาที
- มีการแจ้งว่าเครื่องบินกำลังจะพุ่งชนพื้นดิน
- เสียงสื่อสารช่วงท้ายมีถ้อยคำว่า “We’re out of time” หรือ “เราไม่มีเวลาเหลือแล้ว”
หลังจากนั้นหอบังคับการบินพยายามติดต่อเครื่องบินอีกครั้ง แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ก่อนเครื่องบินจะพุ่งลงกระแทกพื้นและเกิดระเบิดไฟลุกท่วม
ข้อมูลการติดตามเที่ยวบินระบุว่า เครื่องบินสูญเสียระดับความสูงอย่างรุนแรงในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยมีค่าการลดระดับจากข้อมูลติดตามบางช่วงสูงกว่า 30,000 ฟุตต่อนาที
เปิดเผยนักบินผู้ช่วยสาววัย 20 ปี ผู้มีความฝันด้านการบิน
หนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ นาธาเลีย กาเดลฮา ฟิลเกราส (Nathalia Gadelha Filgueiras) นักบินผู้ช่วยวัย 20 ปี ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อหลังมีรายงานเกี่ยวกับเส้นทางชีวิตและความสำเร็จด้านการบินตั้งแต่อายุยังน้อย
สำนักข่าว Associated Press รายงานโดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของมารดา ซึ่งระบุว่าลูกสาวเป็นนักบินผู้ช่วยในเที่ยวบินดังกล่าว
นาธาเลียได้รับใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคลตั้งแต่อายุ 17 ปี ในเดือนตุลาคม 2566 ขณะยังศึกษาอยู่ระดับมัธยมปลาย และผ่านการฝึกอบรมด้านการบินจาก American Flyers ในรัฐเท็กซัสและฟลอริดา
รายงานระบุว่าเธอมีประสบการณ์บินสะสมประมาณ 1,300 ชั่วโมง และเริ่มทำงานเป็นนักบินพาณิชย์ได้ประมาณ 9 เดือนก่อนเกิดเหตุ
เธอกำลังจะมีอายุครบ 21 ปีในเดือนมกราคม 2570
คำพูดจากแม่ สะท้อนความสูญเสียและความภาคภูมิใจ
มารดาของนาธาเลียให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า เธอรู้ดีว่าการทำงานด้านการบินมีความเสี่ยง แต่ก็ภูมิใจที่ลูกสาวได้เดินตามความฝันของตัวเอง
“ฉันรู้ว่าเครื่องบินจะพรากเธอไปจากฉัน ฉันรู้มาตลอด แต่ฉันก็ภูมิใจในตัวเธอมาก ฉันรู้ว่าเธอได้ใช้ชีวิตตามความฝันของเธอแล้ว”
คำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวสะท้อนความสูญเสียของครอบครัวที่ต้องสูญเสียลูกสาวซึ่งกำลังสร้างเส้นทางอาชีพในสิ่งที่เธอรัก
NTSB เร่งสอบสวน ยังไม่สรุปสาเหตุเครื่องบินตก
หลังเกิดเหตุ หน่วยงานด้านความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NTSB เข้ารับผิดชอบการสอบสวน โดยมีสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ หรือ FAA สนับสนุนการตรวจสอบ
ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าลูกเรือรายงานปัญหาน้ำแข็งเกาะเครื่องบิน ความปั่นป่วน และสภาพอากาศที่มีฝนตกหนัก ก่อนเกิดการสูญเสียระดับความสูงอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการว่าอะไรเป็นสาเหตุโดยตรงของอุบัติเหตุครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ ระบบควบคุมการบิน ปัญหาทางกลไก หรือปัจจัยอื่น ๆ
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้จุดตกได้รับผลกระทบ มีรายงานว่าประชาชนประมาณ 600 คนต้องได้รับการอพยพหรือจัดหาที่พักชั่วคราว แต่เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตบนพื้นดิน
โศกนาฏกรรมครั้งนี้จึงไม่เพียงพรากชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 9 คน แต่ยังทิ้งคำถามสำคัญเกี่ยวกับสาเหตุของการสูญเสียการควบคุมเครื่องบิน ซึ่งต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: Associated Press (AP), Reuters, Aviation International News (AIN), NBC 6 South Florida, Local 10 News
#วิหคนิวส์ #เครื่องบินตก #Learjet60 #Florida #PalmBeach #NathaliaFilgueiras #ข่าวต่างประเทศ #อุบัติเหตุทางอากาศ









