กรุงเทพฯ — วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 17.45 น.
ปมทุจริตการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นยังร้อนแรง หลัง นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยข้อมูลจากการประชุม กมธ. เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ว่า ขณะนี้พบข้อเท็จจริงที่ทำให้เห็นภาพความผิดปกติของกระบวนการสอบชัดเจนขึ้น และมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบไปถึงบุคคลระดับสูง
นายรังสิมันต์ระบุว่า ข้อมูลจาก มหาวิทยาลัยบูรพา (มบ.) และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) สะท้อนว่ามีความพยายามติดต่อและประสานงานในลักษณะที่อาจเอื้อต่อการทุจริต โดยมีข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลระดับสูงกว่าอธิบดีรายหนึ่งเข้าไปติดต่อพูดคุยกับอาจารย์บางรายถึงขั้นมีการนัดพบในสถานที่ลับหรือเซฟเฮ้าส์
อย่างไรก็ตาม นายรังสิมันต์ย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลดังกล่าวได้ และ กมธ. อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติม
🔥 พบข้อมูลขอผลประโยชน์–ส่งรายชื่อหลักร้อย
อีกประเด็นที่ กมธ. ระบุว่าได้รับข้อมูล คือ หลังมหาวิทยาลัยบางแห่งได้รับงานจัดสอบ มีการร้องขอผลประโยชน์ตอบแทน รวมถึงการจัดหารถและผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและจำนวนเงินอย่างละเอียด
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่ามีการส่งรายชื่อผู้สมัครหรือผู้สอบในระดับ หลักร้อยราย ให้มหาวิทยาลัย เพื่อประกอบการประกาศรายชื่อผู้สอบได้
นายรังสิมันต์ยังกล่าวถึงบุคคลชื่อ “นายวิน” ซึ่งตามข้อมูลที่ได้รับคือ นายวิน ธนพชรโภคิน หรือ นายอัศวิน โชติพนัง อดีตคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยอาจารย์จาก มศว ระบุว่ามีการพบปะกันจริง และเข้าใจว่านายวินเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เนื่องจากมีการประสานงานกับบุคคลจำนวนมาก
🚨 “ทองเจือ” ถูกพาดพิงเรื่องประสานงาน
นายรังสิมันต์ยังเปิดเผยว่า มีข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อประสานงานระหว่าง นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่ปรึกษาของนายอนุทิน ชาญวีรกูล กับอาจารย์บางรายของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบท้องถิ่น
ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ตั้งข้อสังเกตว่า นายทองเจือไม่มีหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับการจัดสอบ จึงต้องตรวจสอบว่าการติดต่อดังกล่าวมีวัตถุประสงค์และเกี่ยวข้องกับกระบวนการสอบในส่วนใด
ข้อกล่าวหาทั้งหมดในส่วนนี้ยังเป็นข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ไม่ใช่ข้อสรุปว่าบุคคลใดกระทำความผิด
⚠️ “ชุดปกรณ์” ชี้มูลหลายบุคคล แต่ยังไม่ถึงต้นทาง
สำหรับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ซึ่งมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน นายรังสิมันต์เปิดเผยว่า มีการชี้มูลหรือพบประเด็นเกี่ยวข้องกับบุคคลหลายราย ทั้งข้าราชการระดับรองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด และอดีต–ปัจจุบันผู้บริหารกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
แต่ กมธ. ตั้งข้อสังเกตว่า การตรวจสอบของคณะกรรมการดังกล่าวยังไม่ได้ย้อนกลับไปตรวจสอบช่วงที่ มหาวิทยาลัยบูรพา เคยได้รับงานจัดสอบ ซึ่งนายรังสิมันต์มองว่าเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของเรื่องทั้งหมด
💥 จี้ “อนุทิน” เคลียร์ ปมยกเลิกงาน มบ.
นายรังสิมันต์ระบุว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่การที่มหาวิทยาลัยบูรพาถูกยกเลิกไม่ให้ดำเนินการจัดสอบ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่อง และตั้งคำถามว่าทำไมยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบบทบาทของผู้เกี่ยวข้องทางการเมืองในช่วงดังกล่าว
พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบว่า ป.ป.ช. ได้มีหนังสือเรียกนายอนุทิน นายทรงศักดิ์ ทองศรี หรือ นายทองเจือ เข้าให้ข้อมูลแล้วหรือไม่
สำหรับนายทรงศักดิ์ นายรังสิมันต์ระบุว่า เป็นบุคคลที่ กมธ. ให้ความสนใจ เนื่องจากเคยดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและกำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง
🚨 แฟลชไดรฟ์คะแนนสอบ 2 ชุด จุดใหม่ที่ต้องขยายผล
อีกประเด็นสำคัญคือข้อมูลการสอบที่อยู่ในการครอบครองของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งมีข้อมูลอยู่ในแฟลชไดรฟ์ 2 ส่วน ได้แก่
ชุดแรก เป็นไฟล์ Excel ซึ่งเป็นข้อมูลคะแนนดิบ
ชุดที่สอง เป็นไฟล์ภาพจากการสแกนกระดาษคำตอบ
นายรังสิมันต์ระบุว่า ข้อมูลภาพสแกนกระดาษคำตอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นตรงกับข้อมูลที่อยู่กับ มศว. และบริษัทผู้รับงานพิมพ์ แต่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลคะแนนดิบในอีกชุดหนึ่ง
ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่า หากข้อมูลคะแนนดิบมีการเปลี่ยนแปลง การแก้ไขเกิดขึ้นที่จุดใด และใครเป็นผู้ดำเนินการ
ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นการดำเนินการจากฝั่งมหาวิทยาลัยหรือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จึงต้องตรวจสอบหลักฐานทางดิจิทัลและเส้นทางการส่งมอบข้อมูลอย่างละเอียด
🔎 ปมสอบท้องถิ่นยังไม่จบ
นายรังสิมันต์ยืนยันว่า กมธ. จะติดตามเรื่องต่อ โดยเฉพาะประเด็นที่อาจเกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมือง บุคคลระดับสูง และความผิดปกติของข้อมูลคะแนนสอบ เพื่อไม่ให้การตรวจสอบหยุดอยู่เพียงระดับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
อย่างไรก็ตาม ประเด็นการเชื่อมโยงบุคคลทางการเมืองทั้งหมด ยังเป็นข้อกล่าวอ้างและข้อสงสัยที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ผู้ถูกพาดพิงยังคงมีสิทธิชี้แจงและพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการกฎหมาย
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: สำนักข่าวอิศรา, คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร, ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยบูรพาและมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
