สกู๊ปข่าว » 🔥 ฟ้าแพ็กคู่ “อภิสิทธิ์-ชวน” ลุยน้ำท่วม จับตาเกมฟื้นเรตติ้งประชาธิปัตย์

🔥 ฟ้าแพ็กคู่ “อภิสิทธิ์-ชวน” ลุยน้ำท่วม จับตาเกมฟื้นเรตติ้งประชาธิปัตย์

1 October 2026
32   0

⚡ 2 อดีตนายกฯ แห่งค่ายสีฟ้าออกโรงพร้อมกัน ลุยช่วยผู้ประสบภัย-เดินเกมฝ่ายค้าน ท่ามกลางโจทย์ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ หลังเลือกตั้งเหลือ 22 ที่นั่ง ขณะที่ผลสำรวจคะแนนนิยมล่าสุด “อภิสิทธิ์” อยู่ที่ 9.60% และพรรคอยู่ที่ 9.80% การกลับมาปรากฏตัวคู่กับ “ชวน” จึงถูกจับตาว่าอาจเป็นอีกจังหวะสร้างพื้นที่ทางการเมืองของพรรคอีกครั้ง

ภาพของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เดินหน้าลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครต่อเนื่องในช่วงปลายเดือนกันยายน กำลังกลายเป็นภาพการเมืองที่ถูกจับตามอง

ทั้งสองนำทีมพรรคลงพื้นที่เคหะร่มเกล้า บางกะปิ คลองจั่น และพื้นที่ได้รับผลกระทบอื่น ๆ พร้อมแจกถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม และเยี่ยมประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือ ขณะที่อภิสิทธิ์ยังวิจารณ์ปัญหาการประสานงานของภาครัฐ และเสนอให้เร่งจัดระบบความช่วยเหลือให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

🔥 “อภิสิทธิ์-ชวน” ภาพคู่ที่มีนัยทางการเมือง

ในมิติการเมือง การปรากฏตัวพร้อมกันของอดีตนายกรัฐมนตรี 2 คน ย่อมมีน้ำหนักมากกว่าการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนตามปกติ

“อภิสิทธิ์” คือผู้นำพรรคในปัจจุบัน ส่วน “ชวน” เป็นอดีตหัวหน้าพรรคและนักการเมืองอาวุโสที่ยังมีบทบาทในสภา

เมื่อทั้งคู่ปรากฏตัวเคียงข้างกันต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดการวิเคราะห์ว่า พรรคประชาธิปัตย์กำลังพยายามสื่อภาพ ความเป็นเอกภาพ ประสบการณ์ และความพร้อมทำงานในภาวะวิกฤติ

อย่างไรก็ตาม การตีความว่าเป็นยุทธศาสตร์ “เลี้ยงกระแส” หรือสร้างคะแนนนิยม เป็นการวิเคราะห์ทางการเมือง ไม่ใช่คำยืนยันจากทั้งสองคนว่าเป็นเป้าหมายของการลงพื้นที่

📊 เลือกตั้ง 69 เหลือ 22 เก้าอี้—แต่บัญชีรายชื่อยังมีฐานเสียง

ผลการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้ประชาธิปัตย์ได้ สส. รวม 22 ที่นั่ง แบ่งเป็น สส.เขต 10 ที่นั่ง และบัญชีรายชื่อ 12 ที่นั่ง

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนโจทย์สำคัญของพรรคอย่างชัดเจน เพราะแม้จำนวน สส.เขตจะมีเพียง 10 คน แต่พรรคยังได้รับคะแนนบัญชีรายชื่อทั่วประเทศประมาณ 3.66 ล้านคะแนน

นี่จึงเป็นฐานการเมืองที่ประชาธิปัตย์ต้องหาทางเปลี่ยนจาก “คะแนนนิยมระดับประเทศ” ให้กลับมาเป็นชัยชนะในระบบเขตให้มากขึ้นในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

🔵 สมรภูมิเดิมเปลี่ยนไป

ปัญหาของพรรคสีฟ้าไม่ได้มีเพียงจำนวน สส. ลดลง แต่โครงสร้างการแข่งขันทางการเมืองก็เปลี่ยนไปอย่างมาก

ด้านหนึ่ง พรรคภูมิใจไทยขยายฐาน สส.เขตจนกลายเป็นพรรคที่มีจำนวนที่นั่งมากที่สุดจากการเลือกตั้งปี 2569 ขณะที่พรรคประชาชนยังมีฐานคะแนนขนาดใหญ่ในอีกขั้วหนึ่ง

ประชาธิปัตย์จึงต้องแข่งขันทั้งกับพรรคที่มีฐานเครือข่ายในพื้นที่ และพรรคที่มีแรงสนับสนุนจากกระแสระดับประเทศ

โดยเฉพาะ ภาคใต้ ซึ่งเคยเป็นฐานสำคัญของประชาธิปัตย์ การรักษาและช่วงชิงพื้นที่กลับมาจึงเป็นหนึ่งในโจทย์หลักของพรรคในระยะต่อไป

📈 ผลสำรวจชี้ “อภิสิทธิ์” 9.60% พรรค 9.80%

ผลการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 3/2569 ซึ่งสำรวจระหว่างวันที่ 18-23 กันยายน 2569 พบว่า

คะแนนนิยมบุคคลที่ประชาชนสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยู่ที่ 9.60% เป็นอันดับ 5

ส่วนคะแนนนิยมพรรคการเมือง พรรคประชาธิปัตย์อยู่ที่ 9.80% เป็นอันดับ 4

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า พรรคยังไม่ได้ขึ้นมาอยู่ในกลุ่มนำ แต่ยังมีฐานสนับสนุนระดับหนึ่งที่สามารถนำไปต่อยอดได้

🌊 น้ำท่วมเปิดเวที “ฝ่ายค้านภาคสนาม”

สถานการณ์น้ำท่วมช่วงปลายเดือนกันยายนเปิดพื้นที่ให้ประชาธิปัตย์แสดงบทบาททั้งในและนอกสภา

วันที่ 26-29 กันยายน พรรคเปิดศูนย์ประสานงาน จัดครัวกลาง บรรจุถุงยังชีพ และส่งแกนนำลงพื้นที่หลายจุดในกรุงเทพฯ ขณะที่วันที่ 30 กันยายน อภิสิทธิ์เสนอญัตติด่วนต่อสภาให้ศึกษาแนวทางแก้ปัญหาอุทกภัยแบบครบวงจร

จึงเห็นภาพการทำงานสองด้านพร้อมกัน

ด้านหนึ่งคือ การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

อีกด้านคือ การตรวจสอบและเสนอทางเลือกเชิงนโยบายในฐานะฝ่ายค้าน

🔥 บทบาทเก่าที่ประชาธิปัตย์คุ้นเคย

ประชาธิปัตย์มีประสบการณ์ในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านมายาวนาน รวมถึงเคยใช้แนวคิด “คณะรัฐมนตรีเงา” ในอดีตเพื่อแบ่งทีมติดตามและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

แต่บริบทในปี 2569 แตกต่างจากอดีตอย่างชัดเจน

ครั้งนี้ประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นพรรคแกนนำฝ่ายค้าน แต่ต้องทำงานภายใต้โครงสร้างที่มี พรรคประชาชนเป็นแกนนำฝ่ายค้าน

นั่นทำให้โจทย์ของอภิสิทธิ์ไม่ใช่เพียงการตรวจสอบรัฐบาล แต่ต้องสร้าง “พื้นที่เฉพาะ” ของประชาธิปัตย์ให้ประชาชนมองเห็นว่าพรรคมีบทบาทแตกต่างจากฝ่ายค้านพรรคอื่นอย่างไร

⚡ เดิมพัน “อภิสิทธิ์” จาก 3.6 ล้านเสียง สู่สนามเขต

นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของการกลับมานำพรรคของอภิสิทธิ์

พรรคมีฐานคะแนนบัญชีรายชื่อระดับหลายล้านเสียง แต่จำนวนชัยชนะในระบบเขตยังจำกัด

หากต้องการขยายจำนวน สส. ในอนาคต พรรคจำเป็นต้องเชื่อมคะแนนนิยมระดับประเทศเข้ากับตัวผู้สมัคร เครือข่ายพื้นที่ และประเด็นปัญหาที่ประชาชนสัมผัสได้จริง

การจับคู่ “อภิสิทธิ์-ชวน” ลงพื้นที่ในช่วงวิกฤตจึงมีความหมายทางการเมืองในแง่การสร้างการมองเห็นให้พรรค แม้จะยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าจะเปลี่ยนเป็นคะแนนนิยมระยะยาวได้หรือไม่

🔵 ศึกฟื้น “พรรคสีฟ้า” เพิ่งเริ่ม

ภาพของสองอดีตนายกรัฐมนตรีลุยน้ำ แจกถุงยังชีพ ตั้งครัว และตรวจสอบการบริหารจัดการของรัฐบาล อาจช่วยให้ประชาธิปัตย์กลับมาอยู่ในพื้นที่สาธารณะมากขึ้น

แต่การปรากฏตัวทางการเมืองกับการเปลี่ยนเป็นคะแนนเสียงเลือกตั้งเป็นคนละเรื่องกัน

บทพิสูจน์สำคัญจึงอยู่ที่ว่า พรรคประชาธิปัตย์ในยุคอภิสิทธิ์จะสามารถรักษาฐานคะแนนระดับประเทศ พร้อมกับฟื้นเครือข่ายผู้สมัครเขตและสร้างบทบาทฝ่ายค้านที่ชัดเจนได้มากเพียงใด

เพราะจากนี้เดิมพันไม่ได้อยู่เพียง “เรตติ้ง” ของหัวหน้าพรรค

แต่อยู่ที่ว่า ประชาธิปัตย์จะเปลี่ยนฐานเสียงหลายล้านคะแนนให้กลายเป็นจำนวนเก้าอี้ในสภาที่มากขึ้นในการเลือกตั้งครั้งต่อไปได้หรือไม่

#อภิสิทธิ์ #ชวน #ประชาธิปัตย์ #พรรคสีฟ้า #ฝ่ายค้าน #น้ำท่วม #สส.เขต #สส.ปาร์ตี้ลิสต์ #ภูมิใจไทย #พรรคประชาชน #การเมืองไทย #วิหคนิวส์ #กรุงเทพธุรกิจ