วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.00 น.
ประเด็นการใช้ รถบรรทุกสัญชาติจีน เข้ามาขนส่งทุเรียนและสินค้าเกษตรในประเทศไทย กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีรายงานว่ารถบรรทุกจากจีนสามารถเดินทางผ่านพื้นที่หลายจังหวัดลงไปถึง จังหวัดชุมพร ได้ ทั้งที่ตลอดเส้นทางมีด่านตรวจและหน่วยงานรับผิดชอบหลายแห่ง
นาย ยู เจียรยืนยงพงศ์ อดีตประธานสหพันธ์การขนส่งทางรถบรรทุกแห่งอาเซียน และอดีตประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับ ประชาชาติธุรกิจ โดยตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของการบังคับใช้กฎหมายมากกว่าตัวบทกฎหมายเอง
“ถ้าเราอ่านกฎหมายและจัดระเบียบให้ดีก่อนที่รถจะเข้ามาในประเทศ มันก็ไม่มีช่องโหว่ แต่เจ้าหน้าที่ได้ดูแลกันอย่างไรเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข”
นายยูกล่าวว่า ตลอดเส้นทางมีทั้ง ด่านชั่งน้ำหนัก สถานีตำรวจภูธร และตำรวจทางหลวง คอยกำกับดูแล แต่รถดังกล่าวกลับสามารถวิ่งผ่านพื้นที่จำนวนมากได้โดยไม่มีการสกัด จึงตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาแท้จริงอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายมากกว่าตัวกฎหมาย
ชี้ทางออกต้อง “เจรจา” มากกว่าใช้มาตรการรุนแรง
อดีตประธานสหพันธ์การขนส่งฯ ยังเสนอว่า รัฐบาลไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการตอบโต้ที่รุนแรง แต่ควรใช้การเจรจาร่วมกับประเทศคู่ค้า เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย หรือแนวทาง Win-Win
เขาให้เหตุผลว่า สินค้าที่ขนส่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตร เช่น ผักและผลไม้ ซึ่งต้นทุนด้านโลจิสติกส์มีผลโดยตรงต่อราคาสินค้า หากต้นทุนขนส่งสูง จะทำให้ ทุเรียนไทยเสียเปรียบในการแข่งขันกับประเทศคู่แข่งในตลาดจีน แม้คุณภาพของทุเรียนไทยจะได้รับการยอมรับก็ตาม
ย้อนปมข้อถกเถียง
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ผู้ประกอบการขนส่งไทยได้ร้องเรียนอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการเข้ามาดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการต่างชาติ โดยเฉพาะกรณีรถบรรทุกจีนที่เข้ามาขนส่งสินค้าในประเทศไทย ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจกระทบต่ออาชีพของผู้ประกอบการไทย และมีข้อเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มงวด
ขณะเดียวกัน ภาครัฐอยู่ระหว่างการทบทวนมาตรการกำกับดูแลการขนส่งข้ามแดน ภายใต้กรอบความตกลงระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการอำนวยความสะดวกทางการค้า การคุ้มครองผู้ประกอบการไทย และการรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง
ประชาชาติธุรกิจ (บทสัมภาษณ์นายยู เจียรยืนยงพงศ์)
กรมการขนส่งทางบก
กรมศุลกากร
ความตกลงการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS Cross-Border Transport Agreement)
