กรุงเทพฯ — 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.21 น.
กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่าได้โจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 13 ครอบคลุมศูนย์บัญชาการ ฐานทัพ แหล่งเก็บขีปนาวุธ โดรน และระบบตรวจการณ์ชายฝั่ง ขณะที่อิหร่านตอบโต้จนบาห์เรนต้องเตือนประชาชนเตรียมเข้าที่หลบภัย
สถานการณ์ยิ่งร้อนแรงเมื่อกลุ่มฮูตีในเยเมนอ้างโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง ทำให้โลกเสี่ยงเผชิญปัญหาพร้อมกันทั้งช่องแคบฮอร์มุซและบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของน้ำมันและการค้าโลก
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เตือนว่าอิหร่านต้องรับผิดชอบต่อการโจมตีของฮูตี และขู่อาจใช้มาตรการตอบโต้รุนแรงขึ้น หากเรือพาณิชย์หรือผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และพันธมิตรถูกโจมตีอีก
แรงกดดันดังกล่าวผลักราคาน้ำมันเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กระทบค่าขนส่ง ประกันภัย เงินเฟ้อ และต้นทุนสินค้า ประเทศผู้นำเข้าพลังงานอย่างไทยอาจได้รับผลผ่านราคาน้ำมัน ค่าไฟ ค่าเงินบาท และค่าครองชีพ
ย้อนหลัง ความขัดแย้งเริ่มจากการโจมตีเป้าหมายทางทหารและการข่มขู่เส้นทางเดินเรือ ก่อนขยายจากอ่าวเปอร์เซียเข้าสู่ทะเลแดง จุดที่ต้องจับตาคือสหรัฐฯ จะเพิ่มขนาดปฏิบัติการหรือไม่ อิหร่านจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหรือไม่ และฮูตีจะโจมตีเรือซ้ำจนการเดินเรือหยุดชะงักหรือไม่
หากเส้นเลือดน้ำมันสองแห่งถูกบีบพร้อมกัน สงครามครั้งนี้จะไม่ได้กระทบเพียงตะวันออกกลาง แต่จะส่งแรงกระแทกถึงค่าครองชีพของประชาชนทั่วโลก
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: Reuters, Associated Press, The Guardian, The Wall Street Journal และ MarketWatch
