22 กรกฎาคม 2569 — ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ ไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย กรณีที่มีการร้องขอให้ตรวจสอบการกระทำเกี่ยวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 308 คน รวมถึงประเด็นร่าง พ.ร.บ.รับราชการทหารของ สส.พรรคประชาชน โดยศาลชี้ว่า จากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ยื่นมา ยังไม่ปรากฏชัดเพียงพอว่าเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49
คดีดังกล่าวเป็น เรื่องพิจารณาที่ 17/2569 มี น.ส.ณัฐธิดา นิโครธางกูร เป็นผู้ยื่นคำร้อง โดยกล่าวอ้างการกระทำของบุคคลและพรรคการเมือง 2 กลุ่ม และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเข้าวินิจฉัยตามมาตรา 49
ประเด็นแรกเกี่ยวข้องกับมติของ สส.จำนวน 308 คน ซึ่งผู้ร้องกล่าวอ้างว่าเป็นการไม่อนุญาตให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษออกหมายเรียก สส.เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและสอบสวน
ส่วนอีกประเด็นเกี่ยวข้องกับการจัดทำคำถามประกอบการรับฟังความคิดเห็นต่อ ร่าง พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. …. ของ สส.พรรคประชาชน ซึ่งมีแนวคิดแก้ไขหลักการให้การรับราชการทหารกองประจำการเป็น “สิทธิของบุคคลที่มีสัญชาติไทย” แทนการกำหนดเป็นหน้าที่ของชายไทย โดยผู้ร้องเห็นว่าการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายตามมาตรา 49
อัยการสูงสุดไม่รับมาก่อน ก่อนเรื่องถึงศาล รธน.
ก่อนเดินมาถึงศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ร้องได้ยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุดตามขั้นตอนแล้ว แต่อัยการสูงสุดเห็นว่า การกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสองกลุ่มยังไม่เข้าข่ายการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองตามมาตรา 49 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับดำเนินการ ก่อนผู้ร้องนำเรื่องเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง
ท้ายที่สุด ศาลรัฐธรรมนูญประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงและเอกสารประกอบคำร้องยังไม่มีข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอ ที่จะแสดงถึงการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง กรณีจึงไม่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย ก่อนมีมติ เอกฉันท์ไม่รับคำร้อง
ต้องแยกให้ออก “ไม่รับคำร้อง” ไม่เท่ากับศาลรับคดีแล้วตัดสินทุกประเด็น
จุดสำคัญทางกฎหมายคือ คำสั่งครั้งนี้เป็นการ “ไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย” เพราะคำร้องและหลักฐานไม่เข้าเกณฑ์ตามมาตรา 49 ไม่ใช่การที่ศาลรับคดีไว้ ไต่สวนเนื้อหาทุกประเด็น แล้วมีคำวินิจฉัยว่าร่างกฎหมายดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมในทางนโยบาย
ดังนั้น ผลครั้งนี้จึงควรตีความอย่างระมัดระวังว่า ศาลเห็นว่า สิ่งที่ผู้ร้องนำเสนอไม่เพียงพอให้รับเป็นคดีล้มล้างการปกครอง มากกว่าการรับรองเนื้อหาทั้งหมดของร่าง พ.ร.บ.รับราชการทหาร
ย้อนอีกคดี “เกณฑ์ทหาร” ศาลเคยวินิจฉัยกฎหมายเดิมไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ในอีกคดีหนึ่ง วินิจฉัยบทบัญญัติ พ.ร.บ.รับราชการทหารที่เกี่ยวข้องกับการตรวจเลือกและบทลงโทษผู้หลีกเลี่ยงการตรวจเลือก ว่าไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากคำโต้แย้งในคดีของ เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ซึ่งคัดค้านการบังคับเกณฑ์ทหาร
จึงต้องแยกสองเรื่องออกจากกันให้ชัด — คดีเดือนพฤษภาคมเป็นการตรวจสอบ บทบัญญัติกฎหมายที่ใช้อยู่ ส่วนคำสั่งวันที่ 22 กรกฎาคม เป็นเรื่องคำร้องตาม มาตรา 49 ที่กล่าวหาว่าการกระทำเกี่ยวกับ 308 สส.และข้อเสนอแก้ระบบรับราชการทหารเข้าข่ายล้มล้างการปกครองหรือไม่
คำตอบล่าสุดจากศาลรัฐธรรมนูญคือ ยังไม่มีข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอที่จะรับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณา
นับเป็นอีกหนึ่งคำสั่งสำคัญท่ามกลางกระแสถกเถียงเรื่อง “เกณฑ์ทหาร-ทหารสมัครใจ” ที่กำลังร้อนแรงในสังคมไทย และมีแนวโน้มจะยังเป็นหนึ่งในประเด็นการเมืองสำคัญต่อไป
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 22 กรกฎาคม 2569; ประชาไท; ไทยรัฐ; ข่าวช่อง 7
