18 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.30 น. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุชาติใจภัคดี กล่าวว่า ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้ประเทศไทยเร่งปฏิรูประบบการบริหารภาครัฐ มีการเผยแพร่บทความเชิงวิชาการในหัวข้อ “หากต้องการให้ประเทศเดินหน้าในการพัฒนา ต้องลดขนาดและจำนวนส่วนราชการลง เพิ่มการมีส่วนร่วมการปกครองด้วยการกระจายอำนาจ” ซึ่งเสนอให้มีการยกเครื่องโครงสร้างราชการครั้งใหญ่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และเปิดทางให้ประชาชนมีบทบาทในการกำหนดอนาคตของประเทศมากขึ้น
บทความระบุว่า ปัญหาสำคัญของระบบราชการไทย คือ การรวมศูนย์อำนาจ การมีหน่วยงานจำนวนมากที่ทำภารกิจใกล้เคียงกัน ขั้นตอนการตัดสินใจที่ซับซ้อน และภาระงบประมาณด้านบุคลากรที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้การพัฒนาประเทศขาดความคล่องตัวและไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้เขียนเสนอว่า การลดขนาดภาครัฐ ไม่ใช่การลดบทบาทของรัฐ แต่เป็นการปรับโครงสร้างให้รัฐทำหน้าที่ด้านนโยบาย การกำกับดูแล และการตรวจสอบ ขณะที่ภารกิจด้านบริการสาธารณะหลายด้านสามารถถ่ายโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือภาคประชาชนดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า
บทความยังอ้างอิงแนวคิด New Public Management (NPM) และรายงานของ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งเสนอให้รัฐลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงาน ใช้รัฐบาลดิจิทัล กระจายอำนาจทั้งด้านการเมือง การบริหาร และการคลัง พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะ
พร้อมกันนี้ ยังยกตัวอย่างประเทศที่ประสบความสำเร็จจากการปฏิรูประบบราชการ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สวีเดน และฟินแลนด์ ซึ่งต่างเพิ่มบทบาทของรัฐบาลท้องถิ่น ลดขั้นตอนราชการ และพัฒนาระบบบริการสาธารณะให้ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม บทความเตือนว่า การปฏิรูปโครงสร้างราชการย่อมเผชิญกับความท้าทาย ทั้งการต่อต้านจากระบบราชการเดิม ความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ความเหลื่อมล้ำของแต่ละพื้นที่ และข้อจำกัดทางการเมือง ดังนั้น การปฏิรูปจะต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพท้องถิ่น ระบบการคลัง และกลไกตรวจสอบที่โปร่งใส
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยมีความพยายามปฏิรูประบบราชการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การจัดตั้งสำนักงาน ก.พ.ร. การผลักดันรัฐบาลดิจิทัล ไปจนถึงการกระจายอำนาจตามรัฐธรรมนูญหลายฉบับ แต่หลายฝ่ายมองว่าการดำเนินการยังไม่สามารถลดการรวมศูนย์อำนาจได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงทำให้ข้อเสนอครั้งนี้กลับมาเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอีกครั้ง
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.), OECD, World Bank, Osborne & Gaebler (1992), Pollitt & Bouckaert (2017), บทความวิชาการเรื่อง “หากต้องการให้ประเทศเดินหน้าในการพัฒนา ต้องลดขนาดและจำนวนส่วนราชการลง เพิ่มการมีส่วนร่วมการปกครองด้วยการกระจายอำนาจ”
